หินปริศนาที่ได้พุ่งตกลงมาจากผิวเมฆ

หินโดรปา

ในปี1938นักโบราณคดี ได้พบหินโดรปา จำนวนกว่า700ชิ้นในประเทศจีนโดยลักษณะของมันได้เป็นแผ่นหินทรงกลมเหมือนแผ่นจานและได้มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ30ซม.ได้มีรูอยู่ตรงกลางและที่พื้นการสลักอักษรโบราณเล็กๆเอาไว้ ซึ่งก็ได้กล่าวกันว่ามีเพียงไม่กี่คนที่จะมีโอกาศได้เห็นหินเหล่านี้ด้วยตาจริงๆอีกทั้งมันยังมีอายุกว่า12,000ปีเลยทีเดียวซึ่งแผ่นหินเหล่านี้ได้ถูกพบในลักษณะที่ถูกฝังลงไปในพื้นถ้ำแค่เพียงครึ่งเดียวโดยได้อยู่ใกล้กับหลุมศพ

ที่ได้มีโครงกระดูกขนาดเล็กอยู่หลายโครง ซึ่งต่อมามันก็ได้ถูกเก็บเอาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ในประเทศจีนเป็นเวลาหลายทศวรรษจนในกระทั่งปี1962ก็ได้มีนายคนหนึ่งนามว่า ซืม อึม นุย ก็ได้อ้างว่าเขาสามารถถอดข้อความจากหินโดรปาได้และตัวอักษรโบราณเหล่านั้นมันก็ได้บอกเล่าเรื่องราวบางอย่างโดยได้เขียนเล่าเอาไว้ว่าหลังจากที่ยานอวกาศตกลงมาในบริเวณภูเขาบายานฮาร์นั้นชาวโดรปาที่ได้อาศัยมากับยานก็ได้ติดอยู่บนโลกตั้งแต่นั้นมา

โดยชาวโดรปาออกมาจากยานที่พุ่งลงมาจากก้อนเมฆทั้งผู้หญิงและผู้ชายและเหล่าเด็กๆต่างก็ได้พากันเข้าไปหลบซ่อนกันในถ้ำก่อนที่พระอาทิตย์จะขึ้น เมื่อเรื่องนี้ได้ถูกเผยแพร่ออกไปด้วยเหตุบางอย่างทำให้ ซืม อึม นุย จำต้องเนรเทศตนเองออกจากประเทศและหลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้เสียชีวิตลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหินโดรปาก็ได้หายสาปสูญถึงแม้ว่าจะมีการรายงานว่าแท้จริงแล้วมันยังคงได้ถูกเก็บเอาไว้ในพิพิธภัณฑ์ของประเทศจีนแต่มันก็ยังไม่มีหลักฐานใดที่สามารถยืนยันได้ว่าหินโบราณเหล่านี้ยังคงมีอยู่

นักบวชเครสปี

เครสปี ได้เป็นนักบวชชาวอิตาเลียนที่ได้เดินทางไปยังเอกวาดอร์ เมื่อปี1923 ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้ก่อตั้งโรงเรียนและสถานสงเคราะห์ให้กับผู้ยากไร้เขาจึงกลายเป็นที่รักของชนพื้นเมืองโดยเหล่าชาวบ้านตอบแทนด้วยการนำสิ่งของโบราณจากทั้งทุกสารทิศมาให้เขาเป็นเวลาหลายทศวรรษที่เครสปีได้อุทิศตนช่วยเหลือคนยากไร้จึงทำใหใ้เขาได้มีของโบราณที่เก็บสะสมไว้กว่า50,000ชิ้น โดยหนึ่งในนั้น ถือ ได้ว่าเป็นสมบัติที่มีค่ามากที่สุดชิ้นหนึ่งของโลกนั่น

คือชุดแผ่นทองคำ ซึ่งหลายคนเชื่อว่า เป็นวัตถุโบราณที่สร้างขึ้นโดยชาวเมืองของอารยธรรมที่สาบสูญที่ ซึ่งมีมนุษย์ต่างดาวได้เข้ามามีส่วนร่วมในผลงานเหล่านี้สมบัติทั้งหมดของ เครสปี ได้ถูกเก็บเอาไว้ในโสถ์แห่งมาเรียออคซิเลียโดราจนกระทั่งเกิดเพลิงไหม้ขึ้นใมนปี1962ทำให้สมบัติถูกเผาเกือบทั้งหมดหลังจากที่นักบวชเครสปี เสียชีวิตสมบัติบางส่วนที่รอดพ้นจากเหตุเพลิงไหม้กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

สนับสนุนมาจาก  next88 pc

อนุสาวรีย์ปีเตอร์มหาราชที่กำลังขี่ม้าได้รู้จัดในนาม ธันเดอร์สโตน

ป้องกันอนุสาวรีย์

รูปภาพจากปี1941 อนุสาวรีย์ปีเตอร์มหาราชที่กำลังขี่ม้าได้ถูกช่อนเอาไว้ให้อยู่ภายใต้ของถุงทรายและไม้ในระหว่างเหตุการณ์การล้อมเลนินกราด โดยได้ถูกเรียกในชื่อ “อนุสาวรีย์นักขี่ม้าทองสัมฤทธิ์” ตามตำนานจากศตรรษที่19ได้ระบุว่า ตราบใดที่อนุสาวรีย์แห่งนี้

ยังอยู่เมืองจะไม่อยู่ในภายใต้ของศัตรูที่กำบังได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างเร่งรีบ โดยพลเมืองของเลนินกราด ซึ่งพวกเขาได้สวดมนต์ภาวนาให้รูปปั้นนี้รอดพ้นจากพวกนาซีและก็เกิดเรื่องน่าเหลือเชื่อขึ้นมา โดยรูปปั้นอยู่รอดได้ถึง900วันจากการทิ้งระเบิดและการโจมตีด้วยปืนใหญ่

และสิ่งที่มันได้ทำให้รูปปั้นนี้ได้กลายมาเป็นที่น่าจดจำนั่นก็คือฐานรูปปั้นที่รู้จักกันในชื่อ ธันเดอร์สโตน ซึ่งมันได้มีขนาดถึง1,400ตันและถือได้ว่ามันได้เป็นหินที่มีก้องใหญ่มากที่สุด

ที่ได้ถูกเคลื่อนย้ายโดยมนุษย์และอนุสาวรีย์แห่งนี้ก็ยังได้คงตั้งตระหง่านอยู่ในเมืองจนปัจจุบันอีกทั้งยังได้เปรียบเป็นดั่งอนุสรณ์ให้แก่พลเมืองกว่าหนึ่งล้านคนที่ได้สูญเสียไปจากกการถูกล้อมโจมตีครั้งที่ใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์มนุษย์

ปิ้งขนมปังด้วยลาวา

รูปภาพนี้ได้ถูกถ่านขึ้นมาในปี1944ได้เผยให้เห็นถึงเหล่าทหารของกองทัพอเมริกาที่เขากำลังได้ปิ้งขนมปัง โดยการใช้ความร้อนจากลาวา

ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้เกิดขึ้นในช่วงเดือนมีนาคมหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟเวซุเวียสในประเทศอิตาลีที่ได้ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินปอมเปอีความรุนแรงของการระเบิดกินเวลาถึงห้าวัน ซึ่งได้สร้างความเสียหายให้กับเครื่องบินทิ้งระเบิด บี-25มิทเชลล์ของหน่วยรบทหารอากาศที่340ไปถึง88ลำ 

โดยในความสูญเสียนั้นได้รวมไปถึงเหตุการณ์หลังจากภูเขาไฟระเบิดได้สองเดือนหน่วยทหารได้ย้ายที่มั่นไปยัง คอร์ซิกา กลับยังได้ถูกโจมตีทางอากาศ โดยทหารฝ่ายเยอรมนีซ้ำอีกเถ้าถ่านปกคลุมไปทั่วสนามบินปอมเปอีรวมไปถึงตัวเครื่องบิน ภายในห้องคนขับเสียหายอีกทั้งหน้าต่างก็ยังถูกละลายด้วยความร้อน

และเนื่องจากลาวาที่ไหลลงมาจากภูเขารวมไปถึงแผ่นดินไหวฐานที่มั่นและเครื่องบินจึงถูกทิ้งร้างในที่สุดและหลังจากการระเบิดของภูเขาไฟส่งผลให้สนามบินปอมเปอีได้ถูกปกคลุมไปด้วยเถ้าถ่านที่หนาถึง30ซม.ทั้งนี้ในการฝึกบินและยังได้ถูกถ่ายขึ้นมาในปีขณะการฝึกบินของเครื่องบินทิ้งระเบิดปีกสองชั้นที่ชื่อว่า แฟร์รี่ ซอร์ดฟิช

โดยในขณะที่กำลังบินต่ำลูกเรือที่อยู่บนเรือบรรทุกอากาศยาน เอ็ชเอ็มเอ็ส อินดอมิเทเบิล ก็กำลังเล่นฮอคกี้กันอยู่ ซึ่งในระหว่างสงครามโลกครั้งที่2เรือเอชเอ็มเอส อินดอมิเทเบิลได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์การสู้รบสองเหตุการณ์ที่ได้อยู่ห่างกันข้ามโลกทั้งทางตะวันออกไกลในทวีปเอเชียและในทะเลบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

 

สนับสนุนโดย  next88

ตำนานหนึ่งเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า 

         ณเมืองสวรรค์มีฮองเฮาสวรรค์ผู้หนึ่งได้แต่งงานกับชายหนุ่มผู้หนึ่งที่อยู่บนสวรรค์ ยายทั้งสองนั้นก็แต่งงานด้วยกันจนมีลูกอยู่ 7 คนเป็นนางฟ้านางสวรรค์ 7 องค์ทุกคนนั้นต่างมีหน้าตาที่สวยงาม

แต่ว่าลูกสาวคนสุดท้องคนที่ 7 นั้นกลับมีหน้าตาที่สวยงามยิ่งกว่าผู้อื่นและมีจิตใจที่บริสุทธิ์งดงามมีอยู่วันหนึ่งที่พี่น้องทั้ง 7 ได้ตกลงกันว่าอยากที่จะไปว่ายน้ำเล่นที่บึงแห่งหนึ่งณเมืองมนุษย์พี่น้องทั้ง 7 จึงได้ทำการไปขอกับท่านแม่

ซึ่งก็คือฮองเฮาสวรรค์ด้วยความที่ฮองเฮาสวรรค์รักลูกๆเพิ่งตอบตกลงและสั่งให้ลูกๆนั้นรีบกลับมาภายในเวลา 1 ชั่วโมงดังนั้นเหล่าพี่สาวน้องสาวทั้ง 7 ก็พากันบินลงไปโลกมนุษย์และก็ได้ทำการเดินทางไปที่บึงที่สวยสง่าแห่งหนึ่งและก็เล่นน้ำด้วยกันนะเวลานั้นเองมีชายหนุ่มเลี้ยงวัวคนหนึ่งเขานั้นได้เดินทางผ่านมาที่นี่พอดีและเขานั้นก็ได้ดันไปเห็นนางฟ้าทั้งหลาย

ที่กำลังเล่นน้ำอยู่เขานั้นตกหลุมรักแรกพบกับองค์หญิงคนสุดท้องซึ่งเขาก็คิดว่าเขาจะทำยังไงให้เขานั้นสามารถทำความรู้จักกับองค์หญิงคนสุดท้องคนนี้ได้จ้าวัวก็พูดขึ้นมาว่าเจ้านายถ้าเช่นนั้นก็ให้ท่านแอบไปหยิบเสื้อผ้าของพี่สาวน้องสาวทั้งหมดทั้ง 7 คนนี้

ดังนั้นเมื่อทั้งหมดว่ายน้ำเสร็จก็ให้เจ้าทำท่าดีเหมือนกับว่าเจ้านั้นเอาเสื้อผ้าของพวกเขามาเมื่อพวกเขาเห็นพวกเขาก็จะสั่งให้องค์หญิงคนสุดท้องมาขอเสื้อผ้าคืนโดยองค์หญิงคนสุดท้องจะบอกว่าเจ้านายเนี่ยจะขออะไรก็ได้จากนางหนึ่งอย่างเป็นการแลกให้นางนั้นสามารถได้เสื้อผ้ากลับไปให้พี่สาว

และตัวนางเองเมื่อได้ยินดังนั้นชายหนุ่มเลี้ยงวัวก็ทำตามที่เจ้าอยู่วัวของเขาบอก และแผนการก็เป็นเหมือนกับที่เจ้าวัวได้พูดไว้ทุกอย่างซึ่งชายหนุ่มเลี้ยงวัวนั้นก็ได้ขอว่าเขานั้นต้องการที่จะแต่งงานกับองค์หญิงคนสุดท้ององค์หญิงคนสุดท้องก็ตอบตกลงว่าจะแต่งงานด้วยถ้าเกิดว่าเขาคืนเสื้อผ้าให้ชายหนุ่มเลี้ยงวัวรีบคืนเสื้อผ้าให้ทุกคนใส่

หลังจากนั้นเมื่อใส่กันเสร็จทั้งหมดพี่สาวทั้งหมดก็พากันเดินทางกลับขึ้นไปที่สวรรค์ส่วนน้องสาวคนสุดท้องก็คือองค์หญิงคนที่ 7 ก็ได้อยู่อาศัยกับชายเลี้ยงวัวคนนั้นเป็นเวลา 1 ปีโดย 1 ปีบนโลกมนุษย์นั้นก็เท่ากับ 1 ชั่วโมงบนสวรรค์ผ่านไป 1 ชั่วโมง

ฮองเฮาสวรรค์ ก็ถามถึงลูกสาวคนสุดท้องว่าหายไปไหน เมื่อพี่สาวจนปัญญาที่จะโกหกแม่แล้วปกป้องน้องสาวจึงต้องพูดความจริงไปว่าน้องสาวคนสุดท้องนั้นได้เป็นแต่งงานกับชายหนุ่มเลี้ยงวัวในโลกมนุษย์   ฮองเฮาสวรรค์ทรงโกรธเป็นอย่างมากไม่พอใจเป็นอย่างยิ่งที่ลูกสาวของตนไปแต่งงานกับมนุษย์ธรรมดาและเป็นเพียงแค่ชายหนุ่มเลี้ยงวัวธรรมดาดังนั้นห้องชาวสวรรค์จึงเสกให้ลูกสาวคนที่ 7 ของเธอกลับขึ้นมาที่สวรรค์

เนื่องจากไม่สามารถขับขืนคำสั่งของแม่ได้องค์หญิงคนสุดท้องจึงจำเป็นที่จะต้องกลับขึ้นมาบนสวรรค์เรื่องนั้นสะเทือนไปกับชายหนุ่มเลี้ยงวัวเป็นอย่างมากเขานั้นได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้กับวัวของเขาฟังวัวของเขาก็บอกว่าให้เขานั้นฆ่าวัวและให้นำขนของมันผ้าคลุมที่ร่างกาย

และเขานั้นก็จะสามารถบินขึ้นไปที่สนามได้ชายหนุ่มก็ฆ่าเจ้าวัวและนำหนังของมันและขนของมันมาคลุมร่างกายหลังจากนั้นตัวของเขาก็ค่อยๆลอยขึ้นฟ้า ละเขานั้นก็ได้ไปเจอกับภรรยาของเขาซึ่งก็คือองค์หญิงคนสุดท้องด้วยความที่ฮองเฮาสวรรค์ทรงพิโรธ

ทำให้ฮองเฮาสวรรค์ ได้ทำการเสกให้ชายหนุ่มเลี้ยงวัวอยู่ที่ท้องฟ้าจุดหนึ่งและให้ลูกสาวของเธออยู่ที่ท้องฟ้าอีกจุดหนึ่งให้ทั้งสองนั้นไม่สามารถที่จะพบเจอกันได้อีกต่อไปแต่ด้วยความที่เจ้านกกระเรียนซึ่งเป็นดาวนกกระเรียนนั้นสงสารจึงได้ทำการเดินทางไปหาฮองเฮาสวรรค์และขอร้องให้ฮองเฮาสวรรค์ใจกว้างมากพอที่จะปล่อยให้พวกมันนั้นกลายเป็นสะพานให้พวกเขานั้นสามารถนำพบกันได้

ซักวันนึงก็เพียงพอด้วยความที่ฮองเฮาสวรรค์ยังพอมีความรักต่อลูกอยู่จึงยอมให้ลูกสาวของตนนั้นสามารถพบกับสามีของตนได้ในวันเดียวเท่านั้นซึ่งวันนั้นก็คือวันทานาบาตะนั่นเอง งั้นจะเป็นวันที่เหล่าฝูงนกกระเรียนหน้าบินกลายเป็นสะพานแห่งดวงดาวให้ทั้งสองนั้นเดินข้ามสะพานมาเจอกันได้อีกครั้งหลังจากผ่านไป 1 วันทั้ง 2 ก็ต้องรอเวลาที่จะได้พบกันอีกครั้งในปีหน้า 

 

สนับสนุนโดย  entaplay ดี ไหม

พลังจิตมีอยู่จริงหรือไม่?

ถ้าเกิดว่าเราพูดถึงเรื่องของพลังจิตเราเชื่อว่าใครหลายๆคนที่ได้อ่านก็น่าจะคิดถึงเรื่องพลังจิตมันใช้พลังในรูปแบบนั้นหรือเปล่า คือ เท่าที่เราได้ไปหาข้อมูลมาเราต้องขอพูดตรงนี้เลยว่า พลังจิต กับ พลังภายใน มันคือคนละส่วนกันถ้าเอาตามข้อมูลที่เขาได้มีการบันทึกเอาไว้คือความหมายของกำลังภายในมันจะเป็นการฝึกลมปานที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกายให้มันได้ทะลุออกมาตามจุดต่างๆของร่างกายและได้เป็นพลังตรงจุดๆนั้นขึ้นมา

ส่วนพลังจิตมันคือการควบคุมสิ่งต่างๆให้เป็นไปตามสิ่งที่ใจเรานึกคดหรือสิ่งที่เราต้องการนั้นเอง ซึ่งตรงนี้มันได้เป็นความหมายที่เราได้สรุปมันออกมาและแตกต่างกันแบบสั้นๆให้ได้เห็นภาพกันว่ามันต่างกันยังไงระหว่างกำลังภายในและพลังจิต

ซึ่งพลังจิตที่เราได้พูดถึงกันนี้เราอาจจะเห็นในมุมมองของการยกสิ่งของได้ด้วยการมองหรือการส่งกระแสจิตไปหรือแม้แต่การดัดช้อนการดัดเหล็กหรือการดัดเหรียญหรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเกินธรรมชาติหรือมันเกินสิ่งที่มนุษย์เราจะทำได้ ซึ่งตรงนี้ถามว่ามันได้เป็นพลังจิตหรือเปล่าอันนี้เราก็ต้องขอพูดตรงๆเลยว่ามันแล้วแต่มุมมองและคความคิดของคุณบางคนก็อาจจะมองว่าตรงนี้มันอาจจะเป็นมายากลหรือเปล่าหรือตรงนี้มันอาจจะเป็นหลักทางวิทยาศาสตร์ก็เป็นได้

แต่ทางหลักพลังจิตเขาบอกเอาไว้ว่ามนุษย์เราจริงๆมีพลังจิตกันอยู่ทุกคนและพลังจิตแต่ละคนก็จะมีรูปแบบที่มีความแตกต่างกันออกไปบางคนมีพลังจิตในร่างกายที่แข็งแกร่งหรือพลังจิตในการมองเห็นสิ่งต่างๆที่แข็งความสามารถที่เราจะเห็นหรือสิ่งที่เราจะทำได้มันก็จะแตกต่างกันออกไป แต่เขาได้บอกว่าพลังจิตพื้นฐานที่ทุกคนสามารถฝึกได้ก็คือ “พลังจิตที่ต่อต้านความกลัว”

ซึ่งตรงนี้มุมมองของเรา เราได้มองว่ามันเป็นพลังจิตที่เชื่อถือได้ในระดับหนึ่งอาจจะถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะว่าตรงจุดนี้ที่เราได้ไปศึกษามาเขาบอกว่ามันมีสำนักหรือค่ายที่สอนว่าเราจะต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้เราจะต้องไม่กลัวมันเราจะต้องทำได้มันเป็นการควบคุมจิตใจนั่นแหละ ซึ่งตรงนี้มันคือพลังจิตในมุมมองความหมายของทางหลักจิตวิทยา แต่ถามว่าพลังจิตในด้านของความเชื่อหรือว่าวิทยาศาสตร์มันมีจริงมั้ย

มันมีแต่ในด้านของความเชื่อสมัยก่อนมันยังมีความน่าเชื่อถือในระดับหนึ่งแต่ในปัจจุบันเรากล้าพูดได้เลยว่าคนเราในยุคปัจจุบันหลายคนเอาคำว่าพลังจิตมาผูกกับเรื่องความเชื่อในด้านผิดและเอาไปเชื่อมโยงกับมายากลต่างๆจนทำให้คนเชื่อแล้วก็ศรัทธาสุดท้ายมันไม่ได้เป็นทั้งพลังจิตทั้งวิทยาศาสตร์แต่มันเป็นเพียงแค่มายากลเท่านั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  rb88

ตำนานคำสาปท้าวศรีโครตตะบอง

ตำนานที่จะพูดถึงในวันนี้เป็นตำนานของท้าวศรีโคตรตะบองชายผู้มีวิชาอาคมเก่งกล้า ที่สามารถสู้กับช้างป่านับล้านตัวแต่ก็ต้องมาตายอย่างน่าอนาถเพราะความหวาดระแวงของคน โดยเกิดจากความไม่ไว้วางใจจากเจ้าเมืองเวียงจันทน์ในสมัยนั้น  ที่กลัวว่าท้าวศรีโครตตะบองจะมาแย่งชิงอำนาจ  ตามตำนานมีเรื่องเล่ากันว่าที่นครเมืองเวียงจันทน์นั้นเกิดเหตุการณ์ช้างป่าเข้ามาทำลายไร่นาของชาวบ้าน

ซึ่งว่ากันว่ามีช้างป่านับล้านตัวที่มาทำลายไร่นาของชาวบ้านจนไม่สามารถทำมาหากินกันได้เลยจ้าเมืองนครเวียงจันทน์หมดหนทางที่จะขับไล่ช้างป่าไม่ให้มาทำลายไร่นาของชาวบ้านทำให้เจ้าเมืองเวียงจันทน์น้ำไม่สามารถทนเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้านได้จึงได้ออกมาประกาศหาคนที่จะมาจัดการกับช้างป่า

โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าหากสามารถจัดการกับช้างป่าอย่างราบคาบได้แล้วจะทำการยกลูกสาวให้แต่งงานด้วย ซึ่งแน่นอนว่ามีหลายคนที่มาลองวิชาทำการตลาดช้างแต่ก็ไม่มีผลสำเร็จจนมีอยู่วันหนึ่งท้าวศรีโคตรได้มีการเดินทางมาแล้วได้ยินเรื่องราวดังกล่าวจึงทำให้อาสารับที่จะกำจัดช้างป่าให้โดยท้าวศรีโคตรนั้นมีกระบองเพชรเป็นอาวุธ ซึ่งกระบองเพชรของ ท้าวศรีโคตรนั้นมีฤทธิ์ที่สามารถกำราบช้างป่าได้และตัวท้าวศรีโคตรเองนั้น

ก็มีวิชาอาคมแก่กล้าที่อยู่ยงคงกระพันฟันแทงไม่เข้า และไม่มีใครที่จะสามารถฆ่าท้าวศรีโคตรให้ตายได้เรื่องนี้เป็นที่ร่ำลือกันมากในหมู่ของชาวบ้านทั้งหลาย ตามประวัติแล้วว่ากันว่าท้าวศรีโคตะบองนั้นเป็นคนพื้นเพชาติลาวซึ่งบรรพบุรุษของท้าวศรีโคตรตะบองนั้นก็มีวิชาอาคมแกร่งกล้าและเป็นตระกูลที่สามารถปราบช้างได้ แต่แน่นอนว่าเมื่อท้าวศรีโคตรได้มาทำการกำราบช้างเป็นที่เรียบร้อยแล้วทำให้เมืองเวียงจันทน์นั้น

ถูกเรียกอีกนานนึงว่านครล้านช้างงั้นก็เพราะว่าที่นี่มีช้างเป็นล้านตัวมาบุกรุกแต่ก็ถูกปราบโดยท้าวศรีโคตรและด้วยเหตุผลนี้นี่เองที่ทำให้เจ้าเมืองเวียงจันทน์นั้นจำเป็นต้องยกลูกสาวให้แต่งงานกับท้าวศรีโคตรตามคำพูดที่เคยบอกเอาไว้ และได้มีการสร้างปราสาทให้ท้าวศรีโครตอยู่กับลูกสาวของตนชื่อเสียงที่ชาวบ้านร่ำลือกันเกี่ยวกับเรื่องของความเก่งกาจทำให้เจ้าเมืองเวียงจันทน์เกรงว่าท้าวศรีโคตรนั้น

จะมาแทนที่ของตนจึงได้คิดหาทางกำจัดท้าวศรีโคตรโดยให้พระธิดาของตนเองนั้นไปหลอกถามถึงเหตุผลว่าทำไมท้าวศรีโคตรนั้นถึงได้มีความเก่งกาจสามารถและอยู่ยงคงกระพันและทำอย่างไรได้บ้างที่จะสามารถทำให้ท้าวศรีโคตรนั้นเสียชีวิตลงได้และด้วยความที่ไว้ใจในตัวภรรยาของตนเองท้าวศรีโคตรจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ภรรยาฟัง และเมื่อภรรยาของเขานั้นรู้ว่าจะต้องใช้อาวุธแทงไปทางทวารหนักก็ได้นำเรื่องราวนี้ไปเล่าให้กับเจ้าเมืองเวียงจันทน์

ได้รู้แจ้งเวียงจันทน์จึงได้วางแผนทำร้ายท้าวศรีโคตรโดยใช้หอกทิ่มไปที่ทวารหนักซึ่งระหว่างนั้นท้าวศรีโคตรก็ได้มีการใช้วิชาอาคมพาตัวเองกลับไปที่เมืองศรีโคตร และมีการสาปแช่งเมืองเวียงจันทน์ให้ไม่เจริญหรือถ้าหากจะมีความเจริญก็ขอให้เจริญแค่แป๊บเดียวแล้วก็กลับมาหมดความเจริญใหม่อีกรอบ และมีการระบุเกี่ยวกับเรื่องของการแก้คำสาปเอาไว้ด้วยว่าถ้าอยากจะให้พ้นคำสาปก็ต่อเมื่อมีหินฟูน้ำและ มีงูใหญ่และช้างเผือกปรากฏให้เห็นซึ่งปัจจุบันนั้นเห็นฟูน้ำก็คือสะพานมิตรภาพไทยลาวส่วนงูใหญ่ก็คือรถไฟที่วิ่งจากประเทศไทยไปยังเวียงจันทน์และช้างเผือกนั้นก็คือชาวต่างชาติที่พากันไปลงทุนที่ประเทศลาวนั่นเอง

   

 

ขอบคุณ  next88 mobile  ที่ให้การสนับสนุน

กระบวนการไครโอนิกส์

สำหรับเรื่องของกระบวนการไครโอนิกส์นั้นเขาได้ออกมายืนยันแล้วว่ามันเป็นการฝืนธรรมชาติถ้าหากว่าสมมุติเราได้คืนชีพคนๆหนึ่งขึ้นมาได้สติสัมปชัญญะหรืออวัยวะต่างๆหรือการคืนชีพขึ้นมามันจะครบ32เหมือนมนุษย์ธรรมดาหรือเป่า ซึ่งตรงจุดนี้เขาก็ได้มีการตั้งคำถามเอาไว้มากมายเพราะเราอย่าลืมไปว่าร่างกายของเรานั้นที่มันได้ถูกแช่แข็งเป็นระยะเวลานานทั้งกล้ามเนื้อวัยวะเซลล์ต่างๆ

ในร่างกายมันได้ถูกแช่แข็งเอาไว้มากถ้าเกิดว่าเราได้ละลายเขาออกมาแล้วฟื้นฟูเขาได้เราได้คิดแบบเดียวกันแบบนักวิทยาศาสตร์หลายๆคนว่ายังไงมันก็จะต้องมีผลข้างเคียงหรืออาจจะฟื้นขึ้นมามันอาจจะมีสติสัมปชัญญะในการตัดสิ้นใจที่ไม่เหมือนมนุษย์โดยทั่วไปแล้วหรือเปล่ามันก็ยังบอกไม่ได้จริงเพราะเรื่องนี้มันก็ยังอยู่ในเรื่องของกรณีศึกษาและมันก็ยังได้รอในเรื่องของเวลาในอนาคตกันอยู่ดีอันนี้ก็คือกรณีแกของการฟื้นคืนชีพ

สำหรับการคืนชีพสิ่งที่มีชีวิต เรายังไม่ได้ไปพูดถึงดีเอ็นเอเราหมายถึงสิ่งที่มันได้มีชีวิตที่พึ่งตายไปได้ไม่นานและการทดลองตรงนี้มันก็ยังได้เคยมีการทดลองทำมาแล้วบนโลกของเราจริงๆหากย้อนความกลับไปก็เมื่อประมาณปี1900กว่าๆมันได้มีคลิปวีดีโออยู่คลิปหนึ่งที่ได้มีการอัดเอาไว้และเขาได้ตีความกันว่ามันน่าจะเป็นคลิปจริงๆมันไม่น่าจะใช่คลิปตัดต่อมันเป็นคลิปที่นักวิทยาศาสตร์รัสเซียเขาได้มีการนำเอาส่วนหัวของสุนัขเอามาเชื่อระบบทางเดินหายใจระบบเลือดระบบหัวใจต่างๆที่อยู่ในร่างกาย

แต่หัวของสุนัขที่ได้เชื่อมต่อกับท่อไปที่หัวกับปลอดเพียงแค่นั้นและการทดลองในครั้งนี้ผลที่ออกมาก็คือหัวของสุนัขที่คาดว่ามันน่าจะตายไปแล้วกลายกับว่ามันได้ฟื้นคืนชีพมาอีกครั้งหนึ่งตรงนี้มันเป็นอะไรที่น่ากลัวและก็น่าสงสารเป็นอย่างมากคือบางคนเขาก็อาจจะมองว่ามันได้เป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จมันก็เป็นสิ่งที่ดีอยู่แล้วแต่อีกมุมหนึ่งหลายๆคนเขาก็ได้มองว่ามันคือการทรมานสิ่งมีชีวิตที่เขาได้ตายไปแล้ว

ให้เขากลับฟื้นขึ้นมาแต่มีสภาพที่ไม่ครบ32นั่นเองถ้าหากว่าใครได้เคยเห็นเราบอกเลยว่ามันค่อนข้างที่จะน่าสงสารมากตามที่เราได้ไปเห็นมาคือสภาพของหมาที่ได้เชื่อมต่อกับระบบหัวใจกับปลอดเขาก็ยังงอยู่นิ่งๆและพอเคร่องเริ่มทำงานการตอบสนองของบริเวณส่วนหัวของหมาไม่ว่าจะเป็นการกระพริบตา

การเลียปากหรือการขยับหบูการทดสอบการได้ยินคือการเคาะซึ่งเรารู้สึกว่าสุนัขตัวนี้เขาก็ยังมีสมองที่คาดว่าสมองนั้นจะยังใช้งานได้อยู่ในระดับหนึ่งและพอร่างกายเขาฟื้นมาเขาก็น่าจะรู้สึกว่าเหลือแต่หัวก็ได้แต่กระดิ่งได้แต่กระพริบตาได้แต่เลียปาก ซึ่งถามว่ามันประสบความสำเร็จมั้ยในการทดลองครั้งนี้มันประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากแต่เราก็ยังได้สงสารหมาตัวนั้นอยู่ดี

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  เว็บพนัน โปรดี

ตำนานของ ซิช

             สำหรับตำนานของ ซิช นั้น  ว่ากันว่ามันคือราชาแห่งนกเป็นนกฟีนิกซ์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดในโลกตำนานมีการเชื่อกันว่า ซิช  นั้นจะมีเท้าเกาะอยู่ที่พื้นผิวของโลกส่วนหัวของมันนั้นสามารถสูงไปจนถึงท้องฟ้าได้เลยทีเดียว

และยังเคยมีคนพูดกันว่าปีกของมันนั้นแค่เพียงมันเอียงปีแค่ปีกฝั่งเดียวก็จะสามารถปิดบังแสงอาทิตย์ได้แล้วและยังมีการเชื่อกันอีกว่าไข่ของมันนั้น มีขนาดใหญ่อย่างมากซึ่งแน่นอนว่าเพียงแค่ไข่ 1 ฟอง ของ ซิช  ตกลงมายังพื้นผิวโลกเรา

แล้วก็ก็จะกลายเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่เลยทีเดียวซึ่งจะสร้างความสั่นสะเทือนเหมือนกับการเกิดแผ่นดินไหวให้กับโลกมนุษย์ได้เลยหรือในขณะเดียวกันหากไข่ของมันตกร่วงลงมาอยู่ในท้องทะเลแล้วก็อาจจะทำให้เกิดคลื่นสึนามิขนาดใหญ่

สามารถพัดทล่มเมืองได้เลยทีเดียว  และแน่นอนว่าคนในสมัยโบราณมีการเชื่อกันว่า ซิช  นั้นคือนกของเทพเจ้าที่มาคอย ปกปักษ์รักษาไม่ให้นกทีเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนั้นถูกรังแก ดังนั้นคนในสมัยโบราณจึงไม่มีใครกล้าที่จะไปอยู่ใกล้กับแหล่งที่อยู่อาศัยของมัน  ซึ่งมันจะมีที่อยู่อาศัยบนภูเขาและมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมอยู่เต็มไปหมด

เพราะต่างก็หวาดกลัวกันว่าหากไปทำอะไรให้กับซิชแล้วมันเกิดไม่พอใจขึ้นมาอาจจะทำให้มันสร้างความหายนะครั้งยิ่งใหญ่ให้กับชาวโลกก็เป็นได้ สำหรับเรื่องตำนานความเชื่อนี้ เป็นตำนานความเชื่อของชนชาติชาวยิว ที่มีมาในสมัยโบราณแต่ความเชื่อเหล่านี้ก็ได้ถูกเลือนลางไปแล้วตามกาลเวลา

เพราะไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีมันก็คือแค่เรื่องเล่าที่เราไม่เคยเห็นว่าตัว ซิชนั้นมีอยู่จริงหรือไม่ และแน่นอนว่ายิ่งในปัจจุบันที่โลกมีพัฒนาการมากขนาดนี้แล้ว ย่อมมองว่าตำนานนั้นน่าจะเป็นเพียงแค่เรื่องที่แต่งขึ้นมาก็ได้ เพราะไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ใดใด

ที่จะทำให้เราเชื่อถือได้ เช่นเดียวกันกับตำนานเกี่ยวกับองค์เทพต่างต่างที่มีการเล่าขานกันมา แต่ก็ไม่เคยมีใครเคยเห็นองค์เทพเจ้าเหล่านั้นจริงจริง

ซึ่งอันที่จริงแล้วตำนานที่มีการเล่าขานกันมาอาจจะเป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นเพื่อหวังให้คนรุ่นหลังมีความเกรงกลัวแล้วไม่ไปทำร้ายสัตว์เล็กเล็กอย่างนกก็เป็นได้จึงได้มีการสร้างตำนานของซิช ขึ้นมาแล้วบอกว่ามันคอยออกมาปกป้องเหล่านกตัวเล็กเล็ก

เพราะคนในสมัยโบราณอาจจะเกรงว่าหากไม่มีชื่อของสัตว์ที่น่ากลัวมาคอยปกป้องเหล่านกน้อยทั้งหลายแล้ว มันอาจจะสูญพันธ์จากฝีมือของมนุษย์ก็เป็นได้

               

ได้รับการสนับสนุนโดย  เว็บพนัน ดีที่สุด pantip

ยักษ์มีอยู่จริงๆและมีคนเคยเจอมาแล้วด้วย?

สำหรับในอดีตในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเราจะได้พบวัฒนธรรมโบราณหลายที่ทั่วโลกที่ได้มีการพูดถึงเกี่ยวกับคนยักษ์คนที่ได้มีร่างกายใหญ่โตไปกว่าคนทั่วๆไปและยังได้มีหลักฐานการเชื่อมโยงไปถึงการมีอยู่บนโลกจริงๆของยักษ์เหล่านั้นอีกด้วย แม้แต่ในคัมภีร์ไบเบิ้ลเขาก็ยังได้พูดถึงกันเลยว่ายักษ์ได้มีตัวตนจริงๆอยู่บนโลก

ซึ่งหากเราได้พูดถึงยักษ์นิยามต่างๆที่เกี่ยวกับรูปร่างมันก็จะเป็นตามชื่อส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงสิ่งมีชีวิตที่ได้มีรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกับมนุษย์แต่ได้มีขนาดตัวที่ใหญ่กว่ามนุษย์อยู่หลายเท่าว่ากันว่ามันอาจจะใหญ่เป็นเท่าตัวมีส่วนสูงประมาณ3-4เมตรหรือบางตำนานมันก็อาจจะใหญ่ขึ้นมาอีกหรือในบางทีมันอาจจะใหญ่เท่ากับภูเขาลูกหนึ่งเลยมันก็มีอยู่เหมือนกัน

ซึ่งลักษณะนิสัยยักษ์บางตำนานในท้องที่มันก็จะแตกต่างกันออกไปแต่ส่วนใหญ่เขาได้บอกว่ายักษ์เหล่านี้จะไม่เป็นมิตรกับคนและจะรักสันโดดอาศัยอยู่แต่ในป่าในเขาไม่ออกมาให้คนพบเจอและยังได้มีนิสัยชอบความรุนแรงอีกด้วย ซึ่งส่วนใหญ่นิยามยักษ์ที่เราจะได้ยินมันก็จะเป็นทรงประมาณนี้ แต่ว่าตำนานยักษ์ที่เราจะได้พูดถึงตรงนี้ในแต่ละพื้นที่มันก็จะมีที่มาและมีรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันออกไปเรายกตัวอย่างเช่นในประเทศไทยเรา

ยักษ์ในประเทศไทยเรามันก็ได้มีรากฐานมาจากประเทศอินเดียในรูปแบบของตัวละครสมมุติในจินตนาการตัวละครสมมุติเทพในเรื่องของรามเกียรติ์หรืออย่างของในจีนก็ยังได้มีตำนานในเรื่องของยักษ์ผานกู่ที่เขาว่ากันว่าได้เป็นผู้ที่คิดสร้างโลกนี้และยอมสละชีวิตตัวเองเปลี่ยนแปลงอวัยวะในร่างกายต่างๆของตัวเองให้เป็นดินฟ้าอากาศทั้งหมดที่มีอยู่บนโลกใบนี้มันก็มีอยู่เช่นกัน

ซึ่งยักษ์ส่วนใหญ่ที่เราได้พูดถึงมาตรงนี้มันจะเป็นตำนานหรือมันจะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับความเชื่อทั้งหมดเลยแต่ถ้าเอาตำนานยักษ์ที่คนว่ากันว่ามันน่าจะมีตัวตนอยู่บนโลกเราต้องพูดถึงยักษ์สองตัวนี้เลยนั่นก็คือเรื่องของยักษ์ตาเดียว กับ ยักษ์โทรล

ถ้าจะให้เราพูดถึงเรื่องเกี่ยวกับยักษ์ตาเดียวเราขอพูดแบบสั้นๆเลยแล้วกันบุคคลที่มีพันธุกรรมผิดปกติเป็นมนุษย์เหมือนพวกเรานั่นแหละแต่เกิดมามีตาดวงเดียว ซึ่งตรงนี้หากเป็นคำทางการแพทย์แล้วมันจะมีคำเรียกกันอยู่ว่าโลกนี้มันคืออะไรแต่ตรงจตุดนี้เราก็ไม่สามารถที่จะจำชื่อโลกใบนี้ได้เช่นกัน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  sagame666

ตำนานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน 

เชื่อว่าทุกคนนั้นไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จักตำนานของขุนน้ำนางนอนซึ่งที่นี่นั่นเป็นสถานที่อันโด่งดังมากที่หลายคนจะต้องเคยไปกันสักครั้งโดยที่นี่นั้นตอนนี้ได้เปิดให้ทุกคนสามารถเข้าไปท่องเที่ยวได้โดยจะมีแม่น้ำริมคลองที่มีสีเขียวมรกต

มีความสำคัญสามารถมองเห็นพื้นดินข้างในให้เราสามารถไปเล่นได้ โดยจริงๆแล้วที่นี่นั้นมีตำนานความรักอันแสนน่าเศร้าเรื่องหนึ่งซึ่งคนแถวนั้นมีความเชื่อว่าตำนานนี้คือต้นกำเนิดของถ้ำขุนน้ำนางนอนซึ่งคืออุทยานถ้ำหลวงวันนี้เราก็จะมาพูดถึงตำนานเรื่องเล่าตำนานจะเป็นอย่างไรเดี๋ยวเราไปดูกันเลย 

เรื่องราวมันมีอยู่ว่า มีองค์หญิงคนนึงเธอเป็นหญิงสาวที่มีความสวยงามโดยเป็นลูกของราชาที่เมืองเชียงใหม่ โดยเธอนั้นจะมีบ่าวประจำตัว 1 คน โดยจะขอตั้งชื่อบ่าวคนนี้ว่าแก้วแก้วน้ำเป็นบางคนสนิทขององค์หญิงมีอยู่วันนึงองค์หญิงออกไปเดินเล่น

ในส่วนของอาณาจักรรอบแรกพบกับชายคนนึงที่กำลังเลี้ยงน้าที่มีความสง่างามเป็นอย่างมากองค์หญิงนั้นได้ตกหลุมรักกับชายคนนั้นชายคนนั้นก็ตกหลุมรักองค์หญิงเช่นเดียวกันทุกๆวันองค์หญิงจะเหมาะกับท่านพ่อว่าต้องการไปชมม้าน้อยของชายหนุ่ม

คนนั้นแต่เอาจริงๆแล้วก็ไปคบหา กับเค้าจนสุดท้ายเธอก็ได้ตั้งท้องกับชายหนุ่มเลี้ยงม้าคนนั้นทั้งสองมีความสุขมากแต่เมื่อทั้งสองรู้ว่าหากเป็นเช่นนี้จะต้องถูกท่านพ่อลงโทษเป็นแม่หากท่านพ่อรู้ว่าองค์หญิงซึ่งก็คือลูกสาวได้ไปคบหากับราษฎรธรรมดา

ดังนั้นองค์หญิงและชายหนุ่มจึงรีบเก็บข้าวเก็บของและหนีออกจากเมืองโดยคิดว่าหากเดินไปตามถนนนั้นอาจจะถูกจับได้ดังนั้นจึงเดินเข้าไปในป่าแทน และเมื่อราชาได้รู้เข้าเขาก็โกรธเป็นอย่างมากและสั่งให้ทหารตามหาลูกสาวของเขาทันทีแต่ปัญหาทั่วเมืองก็หาไม่เจอจะมีทหารคนนึงได้เดินทางเข้าไปในป่า

เพื่อที่จะลองตามหาว่าพวกเขานั้นอาศัยอยู่ในป่าหรือเปล่าซื้อช่วงเวลานั้นเองคือช่วงเวลาที่ชายหนุ่มและองค์หญิงหยุดพักนึงจากความหิวโดยชายหนุ่มเลี้ยงมาคนนั้นได้เสนอว่าจะไปหาของกินมาให้และองค์หญิงก็จะนั่งรออยู่ตรงต้นไม้

และเฝ้าม้าโดยช่วงเวลาที่ชายหนุ่มเลี้ยงม้าออกไปหาอาหารมาให้ภรรยาของเขากินเขาก็ดันไปเจอกับทหารที่กำลังตามหาจับกุมพวกเขาอยู่พอดีดังนั้นทหารจึงได้ทำการนำมีดมาแทงที่หน้าอกของชายหนุ่มเลี้ยงม้าจนเสียชีวิตคาที่และเมื่อเดือนตามหาไม่เจอ

เพราะไม่ได้เดินไปจุดนั้นดังนั้นเขาจึงได้เดินทางกลับไป พร้อมกับบอกพระราชาว่าเขานั้นได้ทำการฆ่าคนเลี้ยงหมาเรียบร้อยแล้วพระราชารู้สึกดีใจที่รู้ว่าตัวเองนั้นได้แก้แค้นอย่างเรียบร้อยแล้วโดยลืมนึกถึงลูกสาวด้วย

เมื่อทรงหญิงรู้สึกว่าชายหนุ่มซึ่งก็คือสามีของเธอนั้นหายไปนานเธอจึงได้ทำการเดินออกไปตามหาและพบกับร่างที่ไร้วิญญาณของสามีของเธอนั่นทำให้องค์หญิงนั้นเสียใจจนใจแทบจะขาดเธอจึงนำมีดออกมาจากหน้าอกของสามีของเธอน้ำตาไหลรินแทบจะเป็นเลือดดำ

จากนั้นก็เอามาปักหน้าอกของเธอกลายเป็นร่างที่นอนลงไปจนร่างของเธอนั้นก็ได้กลายเป็นภูเขาซึ่งมีลักษณะเหมือนรูปของหญิงสาวที่กำลังนอนอยู่ส่วนแม่น้ำต่างๆทุกคนจากมีความเชื่อว่านี่คือเลือดที่ไหลลงมาจากร่างของเธอลงไปถึงนี่ก็คือน้ำตาขององค์หญิงนั่นเองดังนั้นทุกคนจึงเชื่อกันว่านี่นั่นคือตำนานที่แท้จริงและมั่นใจว่ามันจะมีอยู่อยู่จริง

 

ได้รับการสนับสนุนจาก  sagame888

ธุรกิจ e-commerce กำลังมาแรงในปี 2020 

          หลายคนคงสงสัยว่าอะไรคือธุรกิจ e-commerce ไม่ต้องสงสัยค่ะเพราะว่าธุรกิจ e-commerce คือการที่เราขายสินค้าของเราตามปกตินี่เองเพียงแต่ว่าการซื้อการขายสินค้าของเรานั้นจะเชื่อมโยงเกี่ยวกับเรื่องของการขายผ่านทางระบบออนไลน์นั่นเองซึ่งแน่นอนว่าในช่วงที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนนี้นั้นกระแสการตอบรับของธุรกิจ e-commerce นั้นได้รับผลตอบรับอย่างดีมากเนื่องจากว่าผู้คนส่วนใหญ่แตงกวาเกี่ยวกับเรื่องของการออกไปซื้อสินค้านอกบ้าน

เพราะต้องการเลี่ยงที่จะออกไปเจอหรือไปสัมผัสกับเชื้อโรคซึ่งตอนนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่ว่าไม่ว่าจะเป็นไข้หวัดใหญ่หรือไข้เลือดออกหรือแม้แต่ไวรัสโคโรน่าก็มีการระบาดออกมาอย่างต่อเนื่องดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จะมีการเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตจากที่เคยต้องออกไปช้อปปิ้งนอกบ้านเพราะเป็นการช้อปปิ้งผ่านระบบออนไลน์ส่งผลให้ธุรกิจ e-commerce นั้นเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียวเพราะไม่ใช่เพียงแค่

การซื้อเสื้อผ้าผ่านระบบออนไลน์เท่านั้นแต่ยังรวมหมายถึงการซื้ออาหารผ่านระบบออนไลน์หรือแม้แต่การซื้อข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านผ่านระบบออนไลน์นั่นเองทุกอย่างที่เราเคยต้องเดินทางไปห้างสรรพสินค้าไปร้านค้าต่างๆถูกเปลี่ยนไปโดยแนวโน้มเป็นการเข้าเว็บไซต์แล้วสั่งซื้อผ่านออนไลน์แทนเพราะนอกจากจะสะดวกโดยที่เราไม่ต้องไปเสียเวลาเลือกสินค้าเองแล้วเรายังปลอดภัยอยู่ที่บ้านด้วยการให้ทางร้านค้านั้นส่งของมาให้เราที่บ้านซึ่งประหยัดเวลาและปลอดภัยจากเชื้อโรคดังนั้นจึงเป็นการกระตุ้นให้ร้านค้าต่างๆหันมาร่วมโครงการเกี่ยวกับการขายสินค้าผ่านระบบออนไลน์

ซึ่งในตอนนี้ทางรัฐบาลเองก็ได้มีการสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องของธุรกิจ e-commerce เป็นหยังหน้าการขายสินค้าออนไลน์นั้นสามารถที่จะทำยอดขายให้กับเจ้าของร้านได้เป็นอย่างมากยกตัวอย่างเช่นร้านทองซึ่งปกติแล้วเราจะเห็นคนส่วนใหญ่ออกไปซื้อทองที่ร้านค้าสามารถเลือกลายสามารถรับสินค้าได้ในขณะเดียวกันหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโคโรน่าโรคจิตร้านทองต่างๆ

ได้มีการเปลี่ยนแนวการขายออกไปซึ่งปกติแล้วต้องเปิดร้านทองขายก็หันมาเปลี่ยนเป็นการขายผ่านทางระบบออนไลน์มีการนำลายทองมาโพสให้ลูกค้าได้เข้าไปดูซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของร้านทองได้เป็นอย่างมากถึงแม้ว่าจะมีการถูกระงับให้ปิดร้านทองประกายเปิดขายผ่านทางออนไลน์ก็ทำให้ล้างทองยังคงมีรายได้อยู่และนี่คือผลดีของธุรกิจ e-commerce ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของโลก

ถ้าเกิดคุณมีสัญญาณ internet คุณก็สามารถขายสินค้าผ่านทางระบบออนไลน์รวมถึงเป็นลูกค้าก็สามารถสั่งสินค้าผ่านระบบออนไลน์และรอรับของอยู่ที่บ้านได้เลยและแน่นอนเมื่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจึงทำให้มีกระแสของทางผู้ประกอบการหลายๆคนเข้ามาสนใจที่จะร่วมทุนธุรกิจ E commerce ซึ่งเราก็ต้องดูกันต่อไปว่าธุรกิจการขายของออนไลน์หรือขายผ่านทางโซเชียลนี้จะยังได้กระแสตอบรับอ่านแค่ไหน แล้วจะสร้างผลกำไรกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้หรือไม่

 

สนับสนุนโดย  bk8