ปัญหาเศรษฐกิจสมัยยุคราชกาลที่8

ปัญหาเศรษฐกิจสมัยยุคราชกาลที่8ชาวเกษตรกรได้มีความขัดสนเป็นอย่างมาก

ซึ่งในสมัยยุคสยามชาวเกษตรกรได้มีความขัดสนเป็นอย่างมากจากนั้นเกษตรกรทั่วไปจะต้องเสียอากรค่าน้ำที่เก็บจากการจับปลาในแม่น้ำลำคลองอากรสวนจากการทำสวนไม้ผลและอากรค่านา

ซึ่งเรียกเก็บมากน้อยตามความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่นอกจากนั้นชายซึ่งได้เป็นกำลังหลักในการผลิตจะต้องถูกเกณฑ์แรงงานรับใช้หลวงเป็นประจำทุกปีหากผู้ใดที่ต้องการที่จากบ้านไปใช้แรงงานจะต้องเสียเงินทดแทนวิกฤตการเศรษฐกิจที่เรียกว่าได้ระบาดไปทั่วโลกในปลายทศวรรษ2460ตลอดถึงทศวรรษ2470จึงต้องทำให้รัฐบาลต้องเร่งรัฐจัดเก็บภาษีอากรอย่างหนักจนภาคเกษตรกรยากไร้ไม่มีเงินเสียภาษีอากรให้กับหลวงจะต้องถูกริบทรัพย์ทั้งโคกระบือที่นาและบ้านเรือนเพื่อขายทอดตลาดปรากฎให้เห็นอยู่ทั่วไป

การขายทอดตลาดทรัพย์สมบัติของราษฎรผู้ยากจนในบางตำบลได้กระทำอย่างอเนจอนาจมากที่สุดน่าสงสารราษฎรเจ้าทรัพย์

ซึ่งได้มานั่งดูเขาขายทอดตลาดทรัพย์สมบัติของตนมีเลือกสวนไรนาและวัวควายแววตาน่าเศร้าจะร้องไห้ก็ไม่เชิงหนังสือพิมพ์หลักเมือง28มิถุนายน 2472

นอกจากการเร่งรัฐจัดเก็บภาษีอากรแล้วรัฐบาลจำเป็นที่จะต้องปลดข้าราชการบางส่วนออกเพื่อเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายแต่การที่มาตรการนี้ส่งผลกระทบต่อคนชนชั้นกลางอย่างหนัก ขณะที่ชนชั้นสูงโดยเฉพาะกลุ่มของเจ้านายได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยทำให้กระแสต่อต้านระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่ดำเนินมาอย่างเงียบๆเป็นเวลานานมีพลังเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันความขัดแย้งนี้ได้ประสานเข้ากับความเดือดร้อนทั้งในเมืองและชนบท

อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจจนกลายมาเป็นกระแสเคลื่อนไหวทางการสังคมอันทรงพลังอย่างยิ่งเวลานี้ไปที่ใดแม้แต่ชาวชนบทก็ได้กล่าวถึงเศรษฐกิจและการเมืองได้ยินข้อคลหาอย่างธรรมดาและเดือดร้อนบางว่ารัฐบาลปกครองราชอย่างสาทยังหลอกลวงอย่างดูดเลือดกันทุกหนแห่ง นาย ทองเจือ จารุสาธร ได้ถวายฎีกา14มีนาคม 2474รัฐบาลได้ช่วยชาวนาด้วยวิธีอย่างไรยังไม่มีใครทราบบัดนี้ข้าพระพุทธเจ้าเห็นด้วยว่าประชาชนพลเมืองก็ควรหาหนทางช่วยตนเองด้วย

โดยที่ไม่คิดที่จะพึ่งรัฐบาลอีกต่อไป ธวัช ฤทธิเดช ถวายฎีกา ซึ่งฎีกาที่เต็มไปด้วยคำที่เผ็ดร้อนเหล่านี้ได้ไหลเข้าสู่ราชสำนักอย่างต่อเนื่องกระทั่งพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าต้องเตรียมออกประกาศตักเตือนราษฎรชาวนาเพื่อปรามการถวายฎีกาที่เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันการที่ต่างชาติมีสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเหนือดินแดนสยามก็ได้ทำให้หนังสือพิทพ์หลายฉบับสามารถเสนอบทความวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาเศรษฐกิจรวมทั้งโจมตีทางหลักการเน้นความสำคัญของชาติกำเนิดอย่างรุนแรง

สิ่งเหล่านี้ได้ก่อตัวขึ้นมาในสมัยรัชกาลที่5หรือประมาณ พ.ศ.2450มันได้มีหนังสือพิทพ์จากทางต่างประเทศอยู่กลุ่มหนึ่งเลยทีเดียวซึ่งได้เผยแพร่ความคิดทางการเมืองทั้งความคิดประชาธิปไตยความคิดชาตินิยมความคิดสังคมนิยมก็มีอยู่ในช่วงนั้นด้วย

 

สนับสนุนโดย  ทาง เข้า dewabet

คณะราษฎร2475ไม่ใช่การปฏิวัติของชาวนา

นอกจากนี้อย่างไรก็ตามมันอาจจะเป็นการเคลมใหญ่เกินไปว่าความเดือนร้อนของประชาชนชั้นล่างเป็นสาเหตุหลักในการเปลี่ยนแปลงการปกครองของคณะราษฎร เพราะ2475ไม่ใช่การปฏิวัติของชาวนาที่ลุกฮือขึ้นมาเปลี่ยนแปลงระบอบ เพราะคณะราษฎรส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทั้งนั้น

เพราะคณะราษฎรส่วนใหญ่เป็นข้าราชการทั้งนั้นปัญหาหลักน่าจะเป็นการกระจุกตัวของตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งราชการระดับสูงสำนวนฝรั่งเขาเเรียกกันว่าGlass Ceiling หรือ เพดานกระจกที่หนามากGlass Ceilingนั้นหมายความว่าเป็นอุปสรรคที่ขวางอยู่เหนือหัวแม้มองไม่เห็นเพราะว่ามันใสๆแบบแก้วแต่เราจะไม่สามารถปีนขึ้นไปเกินจากที่ๆเรายืนอยู่ได้เลย

ทั้งนี้เพดานกระจกที่ว่าก็คือความไม่มีเชื้อสายความไม่ได้มีนามสกุลที่ถูกต้องความไม่มีคอนเน็คชั่นในแง่ครอบครัวสายเลือดนั่นเองคนธรรมดาที่อยากเจริญก้าวหน้าถึงแม้ว่าจะหลุดพ้นจากการเป็นชนชั้นล่างก็ต้องเข้าไปเป็นข้าราชการในระบบที่ตัวเองไม่มีวันได้เป็นใหญ่เป็นโตไม่เหมือนกับคนที่มีเชื้อสายแต่กำเนิดยิ่งเศรษฐกิจไม่ดีก็ยิ่งเป็นข้าราชการระดับกลางยากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับคณะราษฎรสมาชิกที่เป็นสายพลเรือน เช่นปรีดี พนมยงค์ ก็มีพื้นเพในลักษณะนี้คือได้เกิดในครองครัวชนบทที่หล่อหลอมให้เขามองเห็นปัญหาและขับเคลื่อนความคิดว่าถ้าผลประโยชน์ไปไม่ถึงทุกคนชนชั้นก็คงไม่มีประโยชน์ที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ถ้าเราลองอ่านประกาศคณะราษฎรฉบับที่1ที่นายปรีดีเป็นคนเขียนก็จะสะท้อนเรื่องนี้ตรงๆในท่อนที่บอกว่าถึงคราวเสียเงินราชการหรือภาษีใด ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธาแต่สำหรับสายทหารในคณะราษฎรมุมมองความเห็นอกเห็นใจชนชั้นล่างแบบสายพลเรือน

อาจจะแตกต่างกันออกไปแต่พวกเขาก็รู้สึกแบบเดียวกันว่าระบบรวบอำนาจทำให้ชาติอ่อนแอประเทศไม่เสียดินแดนแต่ก็เสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขตแต่ผลประโยชน์กลับไม่กระจายออกไปมากพอ

ชาวชาติชาติหรือคนในอาณัติของเจ้าอาณานิคมก็ไม่ต้องขึ้นศาลไทยอีกต่างหาก พระยาทรงสุรเดชมีความเห็นในมุมทหารต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองว่าพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่แทบทั้งหมดมุ่งแต่ทำตัวให้โปรดปรานไว้เนื้อเชื่อใจจากพระเจ้าแผ่นดิน หรือ พระยาพหลก็คิดว่าพวกข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ทำอะไรตามใจเกินไปไม่สนใจระดับล่างเลย

ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่จะมีความคิดอยากเปลี่ยนแปลงอยู่แล้วแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มากเพราะทหารชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไรที่ทำให้ตัวเองเสียผลประโยชน์และทหารชั้นผู้ใหญ่ก็ล้วนแต่สมาทานกับระบบอำนาจนิยมอย่างเต็มที่

ภายในคณะราษฎรที่มีทั้งทหารและพลเรือนมีความเห็นร่วมกันแบบกว้างๆเพียงว่าจะต้องให้มีการปกครองแบบราชาธิปไตนภายใต้กฎหมายเท่านั้น

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  dewabet

ศิลปะจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของเราหรือป่าว

สำหรับหลายคนมักจะมีการมองว่าการเรียนวิชาศิลปะนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระ และยังส่งผลก่อให้เกิดการเสียเวลาอีกด้วย โดยส่วนมากผู้ใหญ่มักจะไม่ให้ความสำคัญกับศิลปะเท่าไหร่นัก ดังนั้นมันจะก่อให้เกิดการให้ความสำคัญน้อยลงไปเรื่อยๆ

ดังนั้นจึงเกิดคำถามต่างๆตามมา ว่าเรานั้นควรที่จะเรียนศิลปะหรือไม่ และศิลปะนั้นจำเป็นต่อการใช้ชีวิตองเราหรือป่าว ซึ่งหลายคนก็ยังไม่ทราบว่าศิลปะนั้นแท้ที่จริงแล้วมันอยู่รอบๆตัวเรา หรืออาจจะอยู่กับกิจกรรมต่างๆของเราในทุกๆวัน เพราะศิลปะเหล่านั้นล้วนผสมผสานเข้ากับสิ่งแวดล้อมของเราเอาไว้ด้วยกัน

ดังนั้นเรามองว่าศิลปะคือสิ่งที่ทุกคนนั้นจะต้องทำความเข้าใจหรือเรียนรู้เอาไว้ เพราะมันเป็นสิ่งที่สำคัญแถมยังสามารถที่จะนำมันนั้นไปต่อยอดในการทำสิ่งอื่นๆได้ โดยเป็นการนำความคิดสร้างสรรค์ไปประติดประต่อให้เกิดเป็นเรื่องที่ดีได้ โดยไม่ว่าจะออกมาสในรูปแบบการเรียนหรือการทำงานก็ตาม

การเรียนรู้ทางด้านศิลปะถือได้ว่าเป็นประโยชน์กับเราโดยตรงเลยแหละ และยังหลากหลายช่องทางด้วยกันอีกนะ เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ทางด้านนี้เราจึงจำเป็นจะต้องมีติดตัวของเราเอาไว้ เพราะถ้าหากว่าใครคนไหนกันที่ไม่มีศิลปะในใจแล้วนั้นเรามอองว่าเขาคนนั้นอาจจะใช้ชีวิตในการดำรงในแต่ละวันยากลำบากพอสมควร

เนื่องจากเราจำเป็นที่จะนำศิลปะเหล่านั้นมาเพื่อเป็นการดำเนินชีวิตของเรา โดยมันจะมีความจำเป็นอย่างไรบ้างมาดูกันเลย

ศิลปะกับการทำงาน ทางด้านของการทำงานนี้เราล้วนจำเป็นที่จะมีความคิดที่แปลกหรือแหวกแนวในการคิด ดังนั้นศาสตร์ในการนำมาใช้ก็จะต้องเป็นศิลปะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแน่นอน ยิ่งบางอาชีพที่จะต้องอาศัยทักษะในการทำงานเกี่ยวกับความนึกคิดด้วยแล้วละก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ทางด้านศิลปะให้เข้าใจเป็นอย่างดี

ลองิดดูสิว่าหากคุณจะต้องออกแบบเสื้อผ้า หรือแม้แต่การดีไซร์ห้อง หรืออื่นๆที่เกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการอาศัยศิลปะขั้นสูงเพื่อการออกแบบทั้งสิ้น ไม่เพียงแค่ผลงานที่จะนำเสนอนะ หลักในการพูดคุยหรือเจรจาก็ตามยังต้องอาศัยทักษะที่ดีหรือศิลปะเข้ามาร่วมอีกด้วยนะ

หรือแม้แต่การทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวันก็เป็ฌนการนำศิลปะเข้ามาร่วมอย่บ่อยครั้ง การตกแต่งบ้านหรือแม้แต่อารมณ์ของเราก็ล้วนเป็นการชักนำเข้าสู่ทางด้านศิลปะด้วยกันทั้งสิ้น นี่จึงเป็นสาเหตุหลักๆที่บอกว่าศิลปะเข้ามาอยู่กับเราโดยตลอดเวลา การที่เรานั้นอารมณ์จะดีขึ้นได้ ส่วนหนึ่งก็ถูกมองว่าศิลปะเท่านั้นที่จะนำพาถึงแม้ว่าทุกคนมักมองว่ามันไม่จำเป็นแต่หากมองดีๆลึกๆๆจะเล็งเห็นว่าศิลปะนั้นอยู่กับเราจริงๆ

 

สนับสนุนโดย  dewabet mobile

การถ่ายภาพ Candid

การถ่ายภาพ Candid คงเป็นสิ่งที่หลายคนยังไม่คุ้นหู แต่ถ้าบอกลักษณะของการถ่ายภาพแบบนี้ไปหลายๆคนอาจจะนึกออกขึ้นมาทันที การถ่ายภาพ Candid คือ การถ่ายภาพแบบธรรมชาติ สมจริง ไม่ได้มีการจัดแบบ จัดองค์ประกอบเรียกได้ว่าเป็นรูปทีเผลอนั่นเอง

ซึ่งการถ่ายภาพแบบนี้สามารถถ่ายได้ทั้งกับคน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ แทบทุกอย่างเลยก็ว่าได้ คำว่า Candid (อ่านว่า แคนดิด) มีความหมายว่า เปิดเผย , ซื่อตรง ซึ่งก็ตรงตัวกับลักษณะการถ่ายภาพในแบบนี้เลย เพราะภาพที่ได้จากการถ่ายภาพแบบ Candid จะทำให้ภาพที่ได้มีความซื่อตรง สวยสมจริงและเป็นธรรมชาติที่สุด

การถ่ายภาพ Candid เริ่มเป็นที่นิยมในปัจจุบันมากขึ้น เพราะภาพที่ได้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์และสวยงามจากความเป็นธรรมชาติอยู่ นั่นจึงทำให้ปัจจุบันคนเริ่มหันมานิยมในการถ่ายภาพแบบนี้มากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่ช่างภาพมืออาชีพ การถ่ายแบบแนวนี้เป็นที่นิยมในการจ้างช่างภาพถ่ายรูปมาก ไม่ว่าจะเป็น จ้างถ่ายภาพรับปริญญา จ้างถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง จ้างถ่ายภาพกลุ่มเพื่อน จ้างถ่ายภาพปาร์ตี้ต่างๆ เป็นต้น แต่การจะถ่ายภาพแบบนี้ช่างภาพจะต้องมีฝีมือในระดับหนึ่ง เพราะถ้าหากเป็นมือใหม่ไปถ่าย ภาพที่ได้อาจจะไม่สวย มุมไม่ได้ จังหวะที่กดชัตเตอร์อาจจะไม่พอดีก็ได้ 

อีกหนึ่งเรื่องที่ต้องระวังในการถ่ายภาพ Candid คือการรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น ด้วยความที่การถ่ายแบบนี้เน้นไปที่ความเป็นธรรมชาติของรูป บางครั้งจึงไม่แปลกที่จะมีคนเป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบในรูปภาพ แต่ด้วยความที่ไม่รู้ตัวว่าถูกถ่าย นั่นจึงอาจกลายเป็นการแอบถ่ายและรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นไปก็ได้ เรื่องนี้จึงเป็นอีกเรื่องที่ควรระมัดระวังอย่างมาก เพื่อไม่ให้เป็นการไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นจนถึงขั้นที่อาจผิดกฎหมายได้ การขออนุญาตก่อนถ่ายภาพผู้อื่นไปจึงเป็นสิ่งที่ควรทำ อย่างน้อยก็เพื่อถามความสมัครใจและให้เกียรติ

เทคนิคในการถ่ายภาพ Candid 

1.ควรใช้เลนส์ telephoto ที่มีความยาวในการโฟกัสประมาณ 70-210 มิลลิเมตร หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้ เพื่อใช้ในการถ่ายภาพระยะไกล โดยที่ไม่ต้องเข้าไปใกล้ตัวผู้ถูกถ่ายมานัก ผู้ถูกถ่ายจะได้ไม่รู้สึกเกร็งและทำตัวอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แต่หากมีความจำเป็นหรืออยากใช้เลนส์มุมกว้างก็สามารถทำได้ 

2.ควรปรับกล้องเป็น Mode Auto เพื่อจะได้ไม่ต้องเสียเวลาในการปรับความเร็วชัตเตอร์ หรือในการปรับแสง อย่างเช่น ในกรณีที่ได้จังหวะภาพที่แสงสวยพอดี หากมัวแต่มานั่งปรับกล้องอาจจะพลาดภาพมุมสวยๆไปเลยก็ได้

 3.ควรตั้งค่า ISO สูง หรือใช้เลนส์ที่มีหน้ากล้องกว้าง เช่น การตั้งค่า ISO 800 หรือมากกว่า จะทำให้ภาพถ่ายมีความคมชัด 

4.ในกรณีที่ผู้เป็นแบบรู้ตัวว่าถูกถ่าย หรือตั้งใจมาเป็นแบบให้อยู่แล้วต้องขอความร่วมมือให้ผู้เป็นแบบแสดงอิริยาบถอย่างเป็นธรรมชาติ ทำตัวให้กลมกลืนเหมือนตัวเองไม่ได้ถูกถ่ายภาพอยู่แต่อย่างใด แต่หากเป็นกรณีที่ผู้เป็นแบบไม่ได้รู้ตัว เราสามารถถ่ายได้โดยการขออนุญาตก่อน 

5.ดูสภาพแวดล้อม สถานที่ บรรยากาศ และแสงในวันนั้น แม้จะเป็นการถ่ายภาพที่ดูไม่ตั้งใจ เป็นไปตามธรรมชาติ แต่การศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ และดูแสงแดดดก็ช่วยให้ภาพถ่ายมีความสวยมากขึ้น เพราะถ้าหากไม่มีแสง ภาพถ่ายที่ได้ก็อ่าจจะดูมืดหม่นไปเลย 

6.พยายามหามุมใหม่ๆ อาจจะลองถ่ายภาพจากมุมสูง มุมด้านหลัง หรือมุมย้อนแสงดูก็ได้ เพื่อให้ได้ภาพถ่ายที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำกับผู้อื่น แม้จะไปในสถานที่เดียวกันก็ตาม

เมื่อเรารู้ข้อมูลการถ่ายภาพ Candid ได้แล้วเราก็สามารถนำไปปรับใช้ในการถ่ายภาพของเราได้ด้วย รับรองว่าถ้าใครได้ลองมาถ่ายภาพ Candid จะต้องติดใจในเอกลักษณ์และเสน่ห์ของการถ่ายแบบนี้แน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  alpha88 เครดิตฟรี

ตำนานของนางเงือกแก้แค้นแม่ทัพ

ที่ประเทศจีนั้นมีแม่ทัพคนหนึ่งเขานั้นมีชื่อว่า แม่ทัพ ซ่งหยู ดูทำหน้าทำนั้นมีหน้าตาที่รู้จักกันไปทั่ว โดยเขานั้นมีอาวุธคู่ใจนั้นก็คือทรวน เขานั้นได้แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ้งนางมีหน้าตาที่สะสวยงดงามเขานั้นก็อาศัยอยู่กับเธอมา ระยะหนึ่งโดยคืนหนึ่งเท่านั้นก็ได้หลับกับภรรยาของเขาอย่างปกติแต่เขานั้นมีความฝันที่แปลกประหลาดเขาฝันว่ามีนางเงือกหน้าตาสะสวยจนนึงได้ไหว้มาหาเขา

และบอกว่านาง กำลังจะพาลูกของนางไปว่ายน้ำเล่นที่ชายฝั่งตรงหน้าบ้าน โดยเธอขอร้องไม่ให้ชายหนุ่มทำร้ายลูกของเธอโดยเขานั้นก็ตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจแต่ในใจเขาเองนั้นก็คิดว่ามันคงเป็นเพียงแค่ความฝันเนื่องจากนางเงือกนั้นไม่มีทางที่จะมีอยู่จริงบนโลกนี้เช้าวันต่อมาเขานั้นก็ได้ออกมาจากบ้านเพื่อที่จะลองจับปลาอยู่ไม่ว่าเขานั้นจะจับนานเท่าไหนก็ไม่มีปลาตัวไหนมาติดเบ็ดเลยนั่น

จึงทำให้เขาเริ่มท้อแท้ระหว่างที่เขานั้นกำลังจะพายเรือกลับไปที่บ้านเขาเห็นนางเงือกคนนึงซึ่งมีหน้าตาสะสวยกำลังว่ายน้ำไปมาตรงริมแม่น้ำเขาถึงกับอึ้งเป็นอย่างมากเพราะเขานั้นยังไม่เคยเห็นนางเงือกตัวเป็นๆเช่นนี้ หลังจากนั้นเมื่อเขาเห็นนางเงือกความทรงจําเรื่องของความฝันที่ห้ามฆ่านางเงือกก็หายไปในหัวของเขา

นั่นเอาแต่คิดว่าเขาจะต้องมีจากนางเงือกตัวนั้นมาให้ได้เขารีบหยิบอาวุธของเขาขึ้นมาและตาไปที่นางเงือกน้อยและมันก็โดนนางเงือกน้อยตัวนั้นจริงๆเลือดของมันนั้นพุ่งกระจายไปทั่วทำให้ น้ำ กลายเป็นสีแดงแต่ฉันที่เขานั้นจะสามารถขนร่างกายและศพที่ไม่มีวิญญาณของเจ้านางเงือกมาได้ร่างกายของเจ้านางเงือกนั้นกลับถูกดูดลงไปที่พื้นทะเลไม่ลอยกลับขึ้นมา

แต่เขานั้นก็ไม่สนใจอะไรและพายเรือกลับบ้านไปแล้วเขานั้นก็ใช้ชีวิตอย่างปกติแต่นางเงือกซึ่งไปเข้าฝันของชายหนุ่มนั้นโกรธเป็นอย่างมากที่รู้ว่าลูกของตัวเองนั้นตายแล้วนางจึงหาทางแก้แค้นมีอยู่วันหนึ่งทหารคนสนิทของ แม่ทัพก็เข้ามาบอกว่าตอนนี้นั้นน้ำกำลังสูงแทบจะล้นตลิ่งต้องการให้เขานัดไปตรวจสอบซึ่งลูกของเขานั้นก็เดินมาด้วยแล้วเขานั้นก็เห็นว่าน้ำนั้นสูงจะล้นตลิ่งแล้วจริงๆในระหว่างที่เขากำลังคิดหาวิธีแก้ไขสถานการณ์อยู่นั้น

จู่ๆก็มีทรวนเล่ม หนึ่งพุ่งขึ้นมาจากน้ำและปากไปที่ร่างกายของ เด็กชายเขาจึงเสียใจเป็นอย่างมากและเขาก็รู้ว่านางเงือกได้แก้แค้นเขาแล้วถึงแม้ว่าคนนั้นจะพยายามทำอย่างไรต่อให้จะใช้เงินทั้งหมดจ้างหมอที่ดีที่สุดในโลกมาดูแลลูกของเขาแต่ลูกของเขานั้นก็ยังไม่สามารถที่จะฟื้นขึ้นมาได้ด้วยความสิ้นหวังเขาและภรรยาจอมใจตายตามลูกไป

 

 

ได้รับการสนับสนุนเรื่องราวโดย  รวมเว็บหวยออนไลน์

จังหวัดกำแพงเพชรจังหวัดแห่งมรดกโลก

จังหวัดกำแพงแพชรเป็นจังหวัดที่มีมรดกอันล้ำค่าอยู่จำนวนมากในประเทศไทยกระจัดกระจายกันอยู่ในแต่ละอำเภอของจังหวัด มรดกอันล้ำค่าที่ว่านั้นเป็นทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ สิ่งของมีค่าต่างๆที่มีมาแต่ว่าในอดีตกาล รวมถึงความสวยสดงดงามของธรรมชาติในจังหวัดกำแพงเพชร

ซึ่งอะไรบางอย่างไม่สามารถที่จะหาได้แล้วในตอนนี้ ก็เลยเป็นสิ่งที่มีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งทั้งยังด้านจิตใจของคนไทยแล้วก็ทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่า ทางจังหวัดกำแพงเพชรได้มีการรักษา ดูแลไว้อย่างดีเยี่ยมเพื่อบุตรหลานได้มาเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ไทยสืบต่อไป

ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร

เป็นศาลประจำจังหวัดจังหวัดกำแพงเพชรที่มีผู้คนเข้ามาเคารพบูชากันไม่น้อยเลยทีเดียว รวมทั้งยังเป็นสถานที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนที่เชื่อในศาสนาพุทธตั้งแต่ในสมัยก่อน ศาลหลักเมืองที่นี้มีอายุมากยิ่งกว่า 700 ปี นับว่าอยู่คู่กับคนภายในจังหวัดกำแพงเพชรมาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว รวมทั้งมีความศักดิ์สิทธิ์มากมายก่ายกองมาจนปัจจุบันนี้

อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร

ด้านในของอุทยานที่นี้มีโบราณสถานอยู่เยอะแยะ รวมทั้งมีขนาดพื้นที่ของอุทยานกว้างใหญ่เป็นอันมาก โดยมีการแบ่งแยกพื้นที่ด้านในอุทยานออกเป็น 2 เขต เพื่อสะดวกต่อการเดินดูเพื่อเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โบราณสถานด้านในอุทยานที่นี้ได้รับการยินยอมรับว่าเป็นมรดกโลกที่สำคัญ เพราะเหตุว่าสามารถบอกถึงเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ได้อย่างดีเยี่ยม

วัดบาง

ด้านในวัดบางพื้นที่นี้มีพระพุทธรูปดั้งเดิม โดยเนื้อขององค์พระเป็นเนื้อสำริดทั้งองค์ ในตอนนี้พระพุทธรูปเนื้อสำริดองค์นี้นับว่าเป็นองค์ที่มีความชำรุดเสียหายจากเวลาน้อยที่สุด ประชาชนในบริเวณวัดบางให้ความเคารพนับถือ เชื่อถือพุทธรูปองค์นี้เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเปรียบเสมือนพระคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดกำแพงเพชรเลยทีเดียว และก็ที่สำคัญด้านในวัดบางที่นี้ยังมีซุ้มกอ ซึ่งเป็นพระเครื่องที่เป็นที่รู้จักเป็นอย่างยิ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ก็เลยมีผู้คนจำนวนมากเข้าไปหามาบูชากันเป็นอันมาก

วัดเทพโมฬี

เป็นวัดที่อยู่คู่กับคนภายในจังหวัดกำแพงเพชรมานานแสนนาน และก็ยังมีเรื่องมีราวเล่าของหลวงพ่อโมฬีที่เป็นที่รู้จักไปทั่วอีกทั้งจังหวัดในเรื่องเกี่ยวกับการขอให้ฝนไม่ตกในขณะกำลังพิธีกรรมต่างๆในวันที่จะมีพิธีกรรมสำคัญต่างๆขึ้นผู้คนในจังหวัดกำแพงเพชรก็เลยชอบไปขอหลวงพ่อโมฬีให้ดำเนินการไปอย่างง่ายดาย

บ่อน้ำสีฟ้า

เป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ในจังหวัดกำแพงเพชรที่มีน้ำในบ่อเป็นสีฟ้าเช่นเดียวกับน้ำทะเล ซึ่งเป็นผลมาจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ นับว่าเป็นมรดกจากธรรมชาติของจังหวัดกำแพงเพชร รวมทั้งด้วยความงดงามของบ่อน้ำที่นี้ ทำให้ในขณะนี้มีผู้คนมากมายก่ายกองมีความสนใจอย่างมากมาย

สนับสนุนโดย  entaplay pantip

ประเพณีบุญบั้งไฟ

ประเพณีบุญบั้งไฟ หรืออีกชื่อคือประเพณีบุญขอฝน เป็นการจัดงานกิจกรรมของหมู่บ้าน จะกำหนดวันให้มี การประลองการจุดบั้งไฟ ว่าคนไหนสวยกว่ากัน

ประเพณีนี้เป็นขนบธรรมเนียมของทางภาคอีสาน โดยจัดขึ้นเพื่อเป็นการบูชาเทวดา แหล่งกำเนิดประเพณีบุญบั้งไฟมาจากความเลื่อมใสที่ว่า เทวดาวัสสกาลเทพบุตร

ซึ่งเป็นเทวดาที่หน้าที่สำหรับในการดูแลเรื่องฝนให้ตกตามฤดูกาล และก็มีความเชื่อกันว่า ถ้าหากไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ฝนจะไม่ตก รวมทั้งจะก่อให้หมู่บ้านเกิดภัยพิบัติ ที่เลือกจะจัดงานเกี่ยวกับไฟ เนื่องจากว่ามั่นใจว่าเทวดาองค์นี้มีความชื่นชอบไฟเป็นพิเศษ

เหตุที่พวกเราเรียกงานบุญนี้ว่างานบุญบั้งไฟ เหตุเพราะ มีการเอาดินปืนมาใส่กระบอกไม้ไผ่ และจากนั้นจึงนำไปจุดให้พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ซึ่งจะมีผลให้มีควันรวมทั้งเสียงดังมากมาย บั้งไฟเป็นภาษาเรียกของทางภาคอีสาน คือดอกไม้ไฟประเภทหนึ่ง

อันที่จริงแล้วงานบุญบั้งไฟมิได้จัดเฉพาะภาคอีสานแค่นั้น แต่ว่าในภาคอื่นๆก็มีการดำเนินกิจกรรมแบบงี้ด้วย จังหวัดที่จัดงานกิจกรรมบั้งไฟเว้นแต่จังหวัดในภาคอีสานอย่างเช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดอุทัยธานี จังหวัดนราธิวาส ฯลฯ

บั้งไฟมีหลายจำพวกดังเช่น บั้งไฟโหวด( ตอนนี้ไม่นิยมทำกันแล้ว ) บั้งไฟม้า บั้งไฟช้าง บั้งไฟแสน บั้งไฟตะไล บั้งไฟตื้อ แล้วก็บั้งไฟพลุ สำหรับบั้งไฟพลุนั้นจะเป็นทีนิยมกันมากที่สุด เพราะเหตุว่ามีสีหลากหลายและยังสวยงาม นอกเหนือจากการที่จะเอามาจุดในงานบั้งไฟแล้ว ยังนิยมมาจุดในงานพิธีมงคลต่างๆยกตัวอย่างเช่น งานกินเลี้ยง งานปีใหม่ ตามงานวัดต่างๆ

องค์ประกอบของบั้งไฟตัวอย่างเช่น เลาบั้งไฟ ( ส่วนที่ทำหน้าที่บรรจุดินปืน ) หางบั้งไฟ (ส่วนนี้สำคัญที่สุดเพราะว่าจะรอบังคับแนวทางของบั้งไฟว่าจะไปทางไหน ) รวมทั้งลูกบั้งไฟ ( เป็นลำไม้ไผ่ หลายๆอันเอามามัดรวมกัน )

การจัดงานบุญบั้งไฟ จะมีการจัดกันในวันวิสาขบูชา ช่วงกลางเดือน 6

โดยในช่วงกลางวันนั้น ประชาชนจะนำของคาว – ของหวาน มาทำบุญใส่บาตรที่วัดและก็ฟังพระธรรมเทศนา ตกเย็นจะมีกิจกรรมเวียนเทียนและก็ตามด้วยงานแข่งขันจุดบั้งไฟ ซึ่งข้างในงานจะมีร้านรวงนำผลิตภัณฑ์ และก็ของกินมาขาย มีการดำเนินกิจกรรมการละเล่นอื่นๆให้ประชาชนอีกด้วย แล้วก็ในบางจังหวัดในตอนช่วงเวลากลางวันจะมีการจัดแห่บั้งไฟขนาดใหญ่ไปตามถนนหนทาง รวมทั้งมีขบวนนางรำ เดินรำไปตามถนนหนทางเป็นภาพที่สวยมากมาย

จังหวัดที่มีชื่อสำหรับเพื่อการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟเยอะที่สุด เป็นจังหวัดยโสธรรวมทั้งจังหวัดกาฬสินธุ์ จะมีคนจากจังหวัดอื่นเดินทางไปท่องเที่ยวชื่นชมงานบุญบั้งไฟกันจำนวนมาก แล้วก็มีการจัดเป็นประจำทุกปี

 

สนับสนุนโดย  entaplay thailand

ญี่ปุ่นเจอสงครามหนักจากอังกฤษและอเมริกา

เมื่อนึกถึงสงครามในประเทศไทยเราแล้วคุณอาจจะคิดถึงสงครามไทยกับพม่าที่ได้มีการต่อสู้กันมานับร้อยๆปีที่เราเคยเห็นกันตามภาพยนตร์ในนครทีวีต่างๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าไทยเราได้เคยประกาศสงครามอย่างมหาอำนาจประเทศอังกฤษมาแล้วและประเทศไทยเราได้เป็นฝ่ายได้ชัยชนะ ซึ่งได้เป็นที่น่าภูมิใจของคนไทยเราวันนี้เราจะพาไปดูวีรกรรมของคนไทยที่ได้บุกเข้าไปยึดเชียงตุงและทั่วรัฐฉานกลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง

พุทธศักราช2485-2486ในสมัยของสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากที่ประเทศญี่ปุ่นได้ยึดครองชายฝั่งของจีนส่วนใหญ่ได้แล้วและจะต้องเจอสงครามอย่างต่อเนื่อง  เนื่องจากอังกฤษและอเมริกาได้ส่งอาวุธให้จีนผ่านทางอินโดจีนแต่เนื่องจากว่าญี่ปุ่นไม่อยากรบกับอเมริกาจึงต้องกัดฟันทำการรบต่อไป จนกระทั่งอเมริกาได้ประกาศบอยคอตญี่ปุ่นรวมทั่งสั่งให้มีการปิดครองปานามา จึงทำให้ญี่ปุ่นเหมือนถูกรัดคอจึงต้องทำสงครามกับอเมริกาทั้งที่ผู้นำทางญี่ปุ่นในตอนนั้นเขาจะรู้ว่าด้วยทรัพย์กรของญี่ปุ่นในตอนนั้นทำสงครามได้อย่างมากแค่สองปีเท่านั้น

นอกจากนี้ญี่ปุ่นก็ได้นำพากำลังเข้าไปยึดเกาะแกร่งต่างๆในมหาสมุทรแปซิกฟิคได้อย่างรวดเร็วเหมือนดั่งลมบ้าหมูเพื่อต้องการที่จะหาทรัพย์กร เพื่อที่จะเดินหน้าของสงครามต่อไปให้ได้ในตอนนั้นพวกเมริกาได้ส่งอาวุธให้กับจีนผ่านทางนิคมฝรั่งเศสในเวียดนาม ญี่ปุ่นจึงได้เข้ายึดเวียดนามก่อนแต่อเมริกายังแอบส่งอาวุธให้กับประเทศจีนผ่านทางพม่าอีก จึงทำให้ญี่ปุ่นต้องหาทางที่จะเข้ายึดพม่าให้ได้แต่การที่จะอ้อมประเทศไทยเข้าไปตีพม่ามันก็เหมือจะสิ้นกลืนกันไป

ซึ่งกองกำลังส่วนหนึ่งของญี่ปุ่นก็ได้ขึ้นฝั่งมารออยู่ที่เวียดนามแล้วญี่ปุ่นก็เลยส่งกองกำลังขึ้นบกในประเทศไทยและได้บังคับให้ประเทศไทยเป็นพันธมิตรกับประเทศญี่ปุ่นเพื่อเป่าหมายก็คือต่อสู้กับประเทศอังกฤษเจ้าอาณานิคมพม่า 

เนื่องจากว่าประเทศไทยได้ถูกกดขี่จากพวกฝรั่งนักล่าอาณานิคมมามาก แถมในตอนนั้นตั้งแต่ที่ได้เริ่มสงครามมากลุ่มอักษะยังไม่เคยปราชัย จึงได้ตกลงเข้าร่วมกับญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว 

เมื่อได้เป็นพันธมิตรกันแล้วญี่ปุ่นได้ส่งกองกำลังส่งเข้าตีเมืองย่างกุ้งเมืองหลวงของพม่าทันที ส่วนกองทัพไทยได้ตรงขึ้นเหนือไปทำการรบกับประเทศจีนหลายๆคนอาจจะงงว่าพม่าเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษแล้วทำไมประเทศไทยได้ไปรบกับจีนเพราะภูมิภาคในแทบนี้พวกฝรั่งไม่ค่อยชำนานในการรบจึงทำได้อย่างมากคือติดอาวุธให้กับชนกลุ่มน้อยที่ได้นับถือศาสนาคริสต์ให้ได้เข้าสู้กับประเทศญี่ปุ่น

ส่วนตัวกองทัพหลักได้ถอยไปสมทบกับอินเดียหลังญี่ปุ่นได้ตีเมืองย่างกุ้งแตกอย่างรวดเร็วพวกอังกฤษจึงส่งเมืองต่อให้กับจีนโดยกองพลที่93และกองพลที่96จะต้องเข้ามาควบคุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในรัฐฉานต่อจากอังกฤษ

 

สนับสนุนโดย  entaplay casino

พฤติกรรมในวัยเด็กของ ดร.มาร์เซล เพททิออต

สำหรับเบื้องหน้าของ ดร.มาร์เซล เพททิออต เขาได้เป็นนายแพทย์ชาวฝรั่งเศสผู้ที่ช่วยชีวิตมนุษย์แต่เบื่องหลังแล้วเขากับได้เป็นฆาตกรต่อ เนื่องโครจิตที่เขาได้ฆ่าผู้คนไปแล้วมากมาย ซึ่งพวกเขาได้เชื่อกันว่าเขาเคยสังหารศพไปแล้วไม่น้อยกว่า63ราย

แม้ว่าจะมีการพบศพในภายหลังเพียงแค่27รายก็ตามโดยเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องทั้งหมดได้เป็นการฆ่าเพื่อหวังที่จะชิงทรัพย์จากเหยื่อเท่านั้น ดร.มาร์เซล เพททิออต ได้เกิดเมื่อวันที่17มกราคม ปี1897ที่เมืองโอแซที่ได้อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่จากกรุงปารีส

ตั้งแต่ในวัยเด็กเขาก็ไม่ใช้คนที่จะเติบโตขึ้นมาแบบเรียบง่ายธรรมดาๆเหมือนอย่างกับเด็กคนอื่นๆโดยทั่วไป ซึ่งชาวบ้านที่ได้อาศัยอยู่ในระแวกเดียวกันนั้นต่างก็ได้ให้ความจำกัดความของเด็กมาร์เซลว่าเด็กมหัศจรรย์เพราะเขาทั้งฉลาดและมีไหวพริบที่เหนือกว่าใครๆ

แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งเด็กชายมาร์เซลกลับได้เป็นเด็กที่ชื่นชอบความรุนแรงอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการทารุนกรรมต่อสัตว์หรือจะเป็นเด็กๆที่มีตัวเล็กกว่าครั้งหนึ่งเขาได้เคยทำการทดสองทำการผ่าตัดให้กับสัตว์ต่างๆเพื่อทดสอบว่าอวัยวะชนิดใดบ้างที่ตัดแล้วทำให้พวกมันได้มีความทรมานมากที่สุด

โดยที่มันจะไม่ถึงตายวีรกรรมในวัยเด็กของเด็กชายมาร์เซลได้มีอยู่อีกมากมายไม่ว่าจะเป็นความแก่แดดรามกที่ชอบบังคับให้เด็กนักเรียนชายเดียวรวมกับชั้นอื่นๆมานั่งดูภาพโป๊ร่วมกันหรือจะเป็นการแอบไปขโมยปืนลูกซอยเอามายิงเล่นตั้งแต่อายุ11ปีและในช่วงที่มีอายุ10ปีไปจนถึง12ปีเด็กชายมาร์เซลเขาก็มักจะบอกกับหมอว่าเขามีอาการเดินระเลออยู่บ่อยๆ

และยังมีอาการฝันเปียกอยู่ในกางเกงเป็นประจำมาร์เซลได้เด็กกำพร้าแม่เมื่อมีอายุได้15ปีหลังจากที่แม่ของเขาตายพ่อของเขาก็ได้ย้ายไปทำงานที่เมืองอื่นๆและได้ทอดทิ้งเขาให้ได้อาศัยอยู่กับป้าในช่วงเวลานี้นี่เองที่เขาได้แสดงพฤติกรรมเก้าร้าวออกมา

จึงถูกไล่ออกจากโรงเรียนเป็นว่าเล่นจนกระทั่งในวัย17ปีเขาก็ได้ถูกตำรวจจับกุมด้วยข้อหารักขโมยและได้ทำลายทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งศาลได้มีความเห็นว่า มาร์เซลสมควรที่จะถูกส่งไปตรวจสุขภาพจิตโดยด่วน ต่อมาในวันที่26มีนาคม ปี1914 ทีมจิตแพทย์เขาก็ได้รวมกันวิเคราะห์สภาพจิตของเขาต่างก็ได้มีความเห็นเดียวกันว่า

มาร์เซลได้มีความผิดปกติอย่างแน่นอนนั่นมันจึงทำให้เขาได้ถูกจำโทษได้เพียงแค่ไม่นานนัก แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มาร์เซลได้พ้นโทษออกมาแล้วเขาก็ได้หันกลับมาตั้งใจเรียนหนังสือจนจบสถาบันการศึกษาพิเศษแห่งกรุงปารีสในเดือนกรกฎาคมปี1915

 

สนับสนุนโดย  next88 บาคาร่า

ตำนานอาถรรพ์ของผีถ้วยแก้ว

ถ้าหากจะให้พูดถึงเรื่องของตำนานของผีถ้วยแก้วนั้นได้มีเด็กกลุ่มหนึ่งพวกเขาคิดที่อยากจะลองของและพวกเขาก็ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับเหล่านี้กันสักเท่าไหร่เด็กๆกลุ่มนี้เขาก็เลยคิดที่อยากจะลองของสิ่งลี้ลับเหล่านี้

ที่พวกเด็กๆเขาไม่เชื่อกันเขาก็เลยได้พากันนำเอาผีถ้วยแก้วเข้าไปลองของที่ในป่าช้ากันและยังได้พูดตะโกนลบหลู่สิ่งลี้ลับเหล่านั้นมาตลอดเส้นทางจนได้ลองของในการเล่นผีถ้วยแก้วกลางป่าช้าปรากฏว่าถ้วยแก้วนั้นมันได้ขยับหมุนวนเวียนอยู่บนกระดานอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเด็กคนนี้เขาก็ยังไม่เชื่อว่ามันได้เป็นสิ่งลี้ลับที่มองไม่เห็นแต่ถึงอย่างไรก็ตามเด็กคนนี้ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดีและได้เกิดเหตุการผีถ้วยแก้วนั้นแตกจนเป็นแผลเลือดไหลไม่หยุดหลังจากนั้นเด็กคนนี้ก็ได้อยู่ดีๆเกิดอาการป่วยอย่างกระทันหัน

อย่างไม่มีสาเหตุและได้เข้าโรงบาลอย่างกระทันหนปรากฏว่าหลังจากที่หมอได้ตรวจอาการแล้วผลที่ออกมาคือเด็กคนนั้นได้ติดเชื้อในกระแสเลือดจากบาดแผลที่ถูกแก้วบาดตรงนั้น ซึ่งเหตุการณ์ตรงนี้มันค่อนข้างที่จะแปลกมาก

และตรงนี้เขายังได้บอกอีกว่าหลังจากที่เด็กคนนั้นได้เข้าโรงพยาบาลได้เพียงสองถึงสามวันเด็กคนนั้นก็ได้เสียชีวิตลงและเด็กคนอื่นๆอีกสามคนที่ได้เข้าไปลองของคนเหล่านั้นก็ได้เจอของดีบางคนเจอคนไปยืนอยู่หน้าบ้านบางคนก็เจอผีในความฝันบางคนโดนหลอกหลอน

ถึงขั้นเสียสติไปเลยก็มีอยู่เหมือนกันและตรงนี้ก็คือตำนานของผีถ้วยแก้วที่โด่งดังที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันนั้นเอง ซึ่งตรงนี้ตามที่เราได้ไปหาข้อมูลมาก็ค่อนข้างที่จะน่ากลวอยู่เหมือนกันแต่ถามว่าตอนที่เราได้ไปหาหลักฐานเพิ่มเติมมาเกี่ยวกับการเล่นผีถ้วยแก้วว่ามันเคยมีคนเคยเล่นถึงขนาดแก้วแตกถึงขนาดที่ว่าเจอเหตุการณ์แบบนั้นหรือไม่

มันก็ไม่มีถ้าเอาหนักที่สุดจริงๆก็คือเจอแค่แก้ววนอยู่รอบกระดานแรงๆแล้วก็แก้วไปพลิกตกลงไป ซึ่งตรงนั้นเราก็ไม่รู้เพราะว่าเขาเตรียมกันมาหรือเปล่าหรือว่าเขาได้แกล้งกันขึ้นมาเราก็ไม่สามารถที่จะอธิบายได้แต่ตอนที่เราได้เจาะหาข้อมูลลึกๆไปปรากฏว่าเราได้ไปเจอข้อมูล

เกี่ยวกับผีถ้วยแก้วของต่างประเทศที่เขาได้เรียกกันว่าOuija Board ซึ่งผีถ้วยแก้วของต่างประเทศตรงนี้เขาได้บอกว่ามันได้มียูทูปเบอร์หลายๆคนได้ลองเล่นและเจอของดีกันเยอะแล้วบางคนเล่นๆอยู่กระดานพลิกบางคนที่เล่นอยู่แก้วที่วางอยู่บนกระดานได้กระเด็นออกไป

หรือบางทีก็อาจจะมีเสียงแปลกๆเกิดขึ้นภายในบ้านที่มันสามารถเปิดปิดเองก็มีเยอะแยะมากมายและที่หนักที่สุดเลยเล่นๆอยู่เกิดเลือดไหลออกมาทางจมูกก็มีเช่นกัน

 

ขอขอบคุณ  entaplay  ที่ให้การสนับสนุน