ตำนานนางเงือกเขมร

มีหญิงสาวคนหนึ่งชื่อว่า นางกระเดิบดง อาศัยอยู่กับแม่ตามลำพัง อยู่มาวันหนึ่งแม่ของนางกระเดิบดง ได้ออกไปหาหน่อไม้อยู่ในป่า  ปล่อยให้นางกระเดิบดง อยู่เพียงลำพังที่บ้าน

ในขณะที่แม่ของนางกระเดิบดง กำลังหาหน่อไม้อยู่นั้น นางทำหัวเสียบตกลงไปในหลุ่มของก่อไผ่ ซึ่งนางหาวิธีเอาหัวเสียลออกจากหลุ่มตั้งแต่เช้ายันเย็นก็เอาออกไม่ได้ นางจึงได้อธิฐานว่าหากใครช่วยให้นางเอาหัวเสียบออกมาได้

นางจะยกลูกสาวให้ หลังจากนั้นก็มีงูตัวใหญ่คาบหัวเสียบแล้วนำมามาวางเอาไว้ให้กับแม่ของนางกระเดิบดง แม่ของนางกระเดิบดงรับเสียมมาแล้วก็บอกให้งูเลยตามมาภายหลัง โดยนางจะทำสัญลักษณ์ด้วยการปลอกหน่อไม้วางไว้เป็นทางจนกว่าจะถึงบ้านพักเอาไว้ให้

และเมื่อนางเดินทางมาถึงบ้านพักนางก็เล่าให้กับลูกสาวฟังถึงสิ่งที่นางได้ไปสัญญากับพญางูเอาไว้ ถึงแม้ว่านางกระเดิบดงจะกลัว แต่ก็รักษาสัญญาที่แม่ได้ให้ไว้กับงู ด้วยการยอมแต่งงานกับงู 

เมื่อพญางูเดินทางมาถึง เขาก็ได้กลายร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม ซึ่งแท้จริงแล้ว งูตัวนั้นเป็นเทพ แปลงกายมาลองใจแม่และนางกระเดิบดง หลังจากนั้นฐานะทางบ้านของนางกระเดิบดง ก็มีฐานะร่ำรวย จนชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นต่างพากันอิจฉา  มีอยู่วันหนึ่งมีเพื่อนบ้านคนหนึ่งเดินเข้ามาถามแม่ของนางกระเดิบดง ถึงสาเหตุของความร่ำรวยในครั้งนี้

ซึ่งแม่ของนางกระเดิบดงก็ไม่ได้ปิดบังจึงเล่าให้ฟังหมดทุกอย่าง หลังจากนั้นหญิงคนนั้นก็เอาเสียมไปหาหน่อไม้อย่างที่แม่ของนางกระเดิบดงทำ  และมีการเอาเสียมไปใส่ไว้ในหลุมที่แม่ของนางกระเดิบดงเคยทำ หลังจากนั้นก็ร้องเรียกให้คนมาช่วยเอาเสียมออกให้แต่เรียกทั้งวันก็ไม่มีใครมาช่วย

หลังจากนั้นก็มีพญางูออกมา บอกว่าจะช่วยเอาเสียมมาให้ นางดีใจมากบอกกับงูว่าจะยกลูกสาวให้ และยัง บอกให้งูคาบเสียมตามมาที่บ้านและจะทำสัญลักษณ์บอกทางเอาไว้ให้หลังจากนั้นก็วิ่งกลับบ้านไปบอกให้ลูกสาวเตรียมตัวแต่งงานกับงู 

เมื่องูมาถึงนางก็เปิดประตูให้งูเข้าไปในห้องนอนของถูกสาวและปิดประตู ซึ่งลูกสาวก็ได้ตะโกนร้องบอกแม่ว่างูกำลังจะกลืนตัวเองแต่ผู้เป็นแม่กับคิดว่าดูได้กลายร่างเป็นคนและกำลังหยอกล้ออยู่กับลูกสาวของตนเองเล่นจึงไม่ได้สนใจอะไร

จนรุ่งเช้าเมื่อนางเข้าไปดูจึงพบว่างูใหญ่ได้กินลูกสาวของเธอเข้าไปแล้ว ชาวบ้านจึงได้พากันฆ่างูและผ่าท้องงูแล้วช่วยหญิงสาวออกมา 

เรื่องของหญิงสาวที่งูถูกงูกินอับอายคนอื่นทั้งหมู่บ้าน นางจึงได้เดินทางออกจากบ้านโดยอ้างกับแม่ว่าจะไปอาบน้ำที่หนองน้ำเพื่อที่จะล้างตัวเอาเมือกงูออก และนางก็เดินทางมาถึงมหาสมุทรแล้วนางก็เดินลงไปในทะเล และเมื่อนางลงน้ำร่างกายก็กลับกลายไปเป็นเงือกและนางก็มุดน้ำหนีไปไม่กลับขึ้นมาบนฝั่งอีกเลย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ปิดฉากจอมโจรผู้เป็นที่รักของประชาชน

จอห์น ดิลลิงเจอร์ สุภาพบุรษจอมโจร

John Dillinger หัวหน้าแก๊งโจรปล้นธนาคารที่ได้มีความโด่งดังที่สุดในเขตรัฐโอไฮโอและอินเดียน่าในช่วงทศวรรษที่1930แต่มันก็เป็นเรื่องที่น่าแปลกที่ได้มีผู้คนนั้นได้ชื่นชอบ John Dillinger เพราะเขาไม่ใช่คนที่ได้สร้างประโยชน์ใดๆให้กับทางสังคม

แต่มันกลับตรงกันข้ามเพราะเขานั้นได้เป็นจอมวายร้ายเป็นโจรที่ทางเจ้าหน้ารัฐที่ต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่งแต่ประชาชนนั้นต่างก็รักไข้เขาเพราะในยุคที่ทางด้านเศรษฐกิจได้ตกต่ำจนทำให้ผู้คนนั้นได้เดือดร้อนและไร้ซึ่งในความหวังกันในทุกย่อมหญ้าเหล่าพวกนายทนาคารและชนชั้นสูงทางสังคมได้เป็นพวกที่ได้ถูกมองว่ายังได้มีความเป็นอยู่อย่างอู้ฟู

และยังคงความร่ำรวยเอาไว้เสมอบนซากปะรักหักพังดังนั้นด้านจอมโจรที่ได้เข้ามาสร้างความฮือฮ่าได้การปล้นธนาคารจึงได้กลายมาเป็นวีระบุรุษจนทำให้เขานั้นได้รับฉายาว่าเป็นโรบินฮูดในยุคใหม่จนได้มีการติดประกาสจับและได้ให้ราคาค่าหัวและนั่นก็นำไปซึ่งด้วยความจุดจบวีระบุรุษจอมโจร

แม่เร้าชาวโรมาเนียแอนนาเช็คผู้ที่มีคดีได้เข้าเมืองมาอย่างผิดกฏหมายก็ได้ตัดสินใจแจ้งเบาะแสให้กับตำรวจเพื่อแลกกับการได้อยู่ในชิคาโก้ต่อและด้านแม่เร้าคนนี้ได้รู้ดีว่าโสเพนีคนหนึ่งของเขากำลังจะได้เป็นหวานใจคนใหม่ของจอน ดิเรนเจอแลได้มีนัด

เพื่อจะได้ไปดูหนังด้วยกันและเมื่อเธอนั้นได้นำเอาความับนี้ได้แจ้งกับทางFBIก็ได้มีแผนการที่จะเพรียมจับกุมอย่างทันทีในวันที่22 เดือนกรกฎาคม ในปี1934 ทางด้านของหน่วยFBI ก็ได้ปล่อยให้เขานั้นได้ไปดูหนังจากนั้นก็ได้จัดตั้งทีมล้อมเตรียมการที่จะจับกุมอย่างทันทีที่หนังฉายจบเมื่อจอนดิเรนเจอก็ได้มองเห็นในการเคลื่อนนไหวของทางการตำรวจเขาก็ได้รีบควักเอาปืนออกมาก่อนที่ตัวเขานั้นจะรีบวิ่งหนีออกไป

จากนั้นเขาก็หนีไม่พ้นอยู่ดีด้านจอนดิเรนเจอก็ได้ถูกทางการหน่วยของFBIก็เข้าไปด้วยกันประมาณ5นัดจนทำให้เขานั้นได้ล้มลงกับพื้นจากนั้นเขาก็ได้เสียชีวิตลงสิ้นชีพลงด้วยวัยแค่เพียง31ปีเศษจากนั้นก็ได้ทิ้งตำนานสุภาพบุรุษจอมโจงเอาไว้อยู่เบี้ยงหลัง

จนทำให้ชื่อเสียงของเขานั้นยังคงอยู่กับประชาชนที่ยังรักไข้เขาอยู่ด้วยความที่เขานั้นได้เป็นวีระบุรุษในช่วงที่เศรษฐกิจในการเมืองนั้นตกต่ำลงจากนั้นแม่หญิงสาวโสเพนีคนนั้นก็ยังคงอาศัยอยู่ในเมืองชิคาโก้ต่อไป

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  sagame

ชนเผ่าหวงอาณาเขตมากที่สุดในประเทศเอธิโอเปีย

Mashco-Piro Tribe

ชนเผ่า Mashco-Piro Tribe ได้อาศัยอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติมานูอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของของประเทศเปรูซึ่งได้เป็นชนเผ่าที่แถบจะไม่ได้ติดต่อกับโลกภายนอกหรือจะให้พูดอีกแนวหนึ่งก็คือตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างที่มนุษย์คนเราเป็นอยู่ในปัจจุบันโดยที่ชนเผ่าพื้นเมืองนี้ยังคงได้ใช้ชีวิตตามวิถีชีวิต

และด้านประเพณีวัฒนธรรมแบบดั่งเดิมที่บรรพบุรุษนั้นได้สืบต่อกันมาสำหรับในการแต่งกายนั้นก็ยังจะใช้เศษวัตดุที่ทำขึ้นมาจากไม้หรือชิ้นส่วนฟันของสัตว์ป่าและจะยิ่งไปกว่านั้นสำหรับในการที่จะสื่อสารกันและกันยังคงจะใช้สัญญาณ

เพื่อเป็นการบอกรหัสกันอยู่แต่ในเมื่อปี2011ก็ได้เกิดเหตุการที่น่าเศร้าเกิดขึ้น เนื่องจาก นิโคลัส ชาโค ฟลอเรส ได้เป็นนักโบราณคดีซึ่งได้มีความสามารถที่จะสื่อสารกับชนเผ่าเหล่านี้ได้ แต่กลับโดนธนูยิงเข้าไปที่หน้าอกของเขาจนทำให้เสียชีวิตและจากที่จะพยายามที่จะเข้าไปข้างในป่าที่จะไปศึกษาในความเป็นอยู่ในชีวิตของชนเผ่าและได้คาดกันว่ามันอาจจะเป็น

เพราะเขาที่ได้ถึงอาวุธขนาดใหญ่และหม้อนำเอาเข้าไปด้วยจากนั้นจึงได้เกิดการแยกกชิงจากคนในชนเผ่าเพราะจากของทั้งสองสิ่งนั้นถือได้ว่าเป็นสิ่งของที่มีค่าของผู้คนที่อยู่อาศัยในชนเผ่านี้และสำหรับในการที่เขานั้นได้เสียชีวิตลงจึงทำให้การศึกษาของพวกเขาคในชนเผ่านี้เพ่มยากความลำบากมากขึ้นไปอีก

Mursi Tribe 

ในเขตประเทศเอธิโอเปียได้มีชนเผ่าต่างๆเกิดขึ้นมากมายและด้านชนเผ่า Mursi Tribe ก็ๆด้เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกันด้านผู้ชายชาว Mursi Tribe จะมีพิธีต่อสู้กันลัส่วยผู้หญิงชาว Mursi Tribe นั้นจะเป็นที่รู้จักกันไปทั่วโลกจากการที่จะต้องใส่ถาดเอาไว้ที่ริมฝีปากล่างและจึงมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า ชนเผ่าปากกว้างสำหรับห่วงที่อยู่ด้านล่างบริเวณที่ริมฝีปากได้บ่งบอกถึงในความสวยงาม

และโดยค่านิยมของชนเผ่านั้นได้เชื่อว่าสาวคนไหนที่สามารถใช่ห่วงที่มีขนาดใหญ่นั่นก็คือว่าจะต้องเป็นสาวที่จะต้องมีความอดทนต่อการใช้ชีวิตดีมากๆจนเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้ชายในเผ่ามักจะเลือกคู่ครองผู้หญิงที่ใส่ห่วงขนาดใหญ่นอกจากนี้ในการใส่ห่วงนั้นจะช่วยป้องกันถูกจับไปเป็นทาสได้ด้วยนอกจากเพราะไม่มีใครที่อยากจะจับคนที่มีริมฝีปากกว้างผิดปกตินั่นเอง

Mursi Tribe นี้ยังชีพด้วยการพึ้งพาอาศัยจากธรรมชาติด้วยการเกษตรอยู่อาศัยไม่เป็นที่และย้ายไปอย่างต่อเนื่องเมื่อพื้นที่เพราะปลูกไม่สมบูรณ์ก็จะย้ายถิ่นฐานพวกเขาจะนำกิ่งไม้เศษหญ้าที่หามาได้ทำเป็นกระโจมเพื่ออยู่อาศัยและชาว Mursi Tribe จะหวงพื้นที่เขตแดนของตนมากกว่าชนเผ่าอื่นๆในเอธิโอเปีย

ชนเผ่าที่ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากโลกภายนอก

ถึงแม้ว่าบนโลกของเรานั้นต่างก็ได้มีความก้าวหน้าขึ้นมากทุกวันและยังได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยังคงที่จะปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีชนเผ่าที่ยังอาศันอยู่ในพื้นป่าที่ห่างไกลอีกทั้งยังใช้ชีวิตอยู่อย่างลำพังโดยที่พวกเขานั้นจะไม่พึ่งจากการช่วยเหลือจากโลกภายนอกเป็นอันขาดแต่จะเป็นอย่างไรนั้นมาชมกันเลย

ชนเผ่าKorubo Tribe 

ชนเผ่า Korubo Tribe ได้เป็นชนพื้นเมืองในประเทศบราซิลที่ได้พักอาศัยกันอยู่ในแถบทางตะวันตกของลุ่มแม่นน้ำอเมซอนได้อาศัยอยู่กันเป็นกลุ่มและได้มีประชากรอาศัยอยู่ราวประมาณ200คน อยู่ในพื้นป่าลึกโดยจะมีอาวุธเป็นหอกและลูกดอกที่อาบยาพิษที่เอาไว้ใช้ในการล่าสัตว์และไว้ใช้สำหรับป้องกันตัวและได้มีการสร้างกระท้อมเอาไว้ใช้เป็นที่พักที่อยู่อาศัย

แต่ก็ไม่มีพิธีกรรด้านทางศาสนาที่ได้ทำร่วมกันนอกจากนี้ยังได้มีการทาสีแดงตามลำตัวซึ่งมันได้เป็นสีของดอกไม้ของต้นคำแสดที่จะมีอยู่ทั่วไปในอเมริกาใต้และในส่วนอาหารหลักของพวกเขานั้นก็คือหมู่ป่านกไก่ป่าและผลไม้ป่าทั่วไปที่มีอยู่ในพื้นที่

และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในการพบกันครั้งแรกของชาว Korubo Tribe กับคนที่อยู่ยังโลกภายนอกได้เกิดขึ้นภายในปี1972 ยังได้มีคนมาช่วยเหลือจากชนเผ่าต่างๆในบราซิลได้ถูกทำร้ายจนได้รับการเสียชีวิตไปทั้งสิ้นประมาณ7รายหลังที่กำลังจะพยายามที่จะเข้าไปที่อย่างจะเชื่อมความสัมผัสกับชนเผ่าชาว โครูโบ จนในกระทั่งในปี1996 นั้น

ได้เป็นครั้งสุดท้ายที่คนในชนเผ่าทำร้ายมนุษย์จากโลกภายนอกหลังจากที่นักสำรวจและนักอนุรักษ์ก็ได้ออกมาเพื่อรณรงค์เพื่อจะไม่ให้เข้ามาคุกคามชนเผ่าเหล่านี้อีกจากนั้นเมื่อไม่นานมาทางาวชนเผ่าของโครูโบก็ได้แยกออกมาเป็นสองกลุ่มนั่นก็คือคนกลุ่มใหญ่ก็ได้หลบเข้าไปข้างในป่าที่มีความลึกไปจากเดิมหลังจากที่ได้พบกับมนุษย์จากโลกภายนอกอีกทั้งยังได้รู้สึกด้วยว่าจะมีภัยที่จะสามารถที่จะเกิดขึ้นกับพวกเขาเหล่านั้นได้

ในส่วนกลุ่มที่สองนั้นก็จะมีขนาดที่เล็กกว่าและคนที่ได้อาศัยอยู่ในกลุ่มที่สองนี้ก็ได้ยอดรับในความช่วยเหลือจากประเทศบราซิลแต่อย่างไรก็ยังคงเลือกที่จะอาศัยพักอยู่ในบ้านตามวิถีชีวิตดั่งเดิมของพวกเขาและซึ่งในยุคปัจจุบันนี้ในชนเผ่าของกลุ่มใหญ่ก็ยังเลือกที่จะทำร้ายจากคนที่อยู่ภายนอกที่บุกรุกเข้าไปยังอาณาเขตของพวกเขาอยู่ตลอด

การเกิดปฏิการณ์นิวเคลียร์ที่ไม่เสถียรจริงหรือไม่?

 

แกรด์แคนยอนเกิดจากแม่น้ำโคโลราโด แต่เห็นได้ชัดเจนว่าวาลเลสมารีนาริสไม่ได้เจอจากการกัดเซาะของน้ำแต่อย่าใดทฤษฏีวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อ บอกว่าร่องอาจเป็ฯผลจากกิจกรรมภูเขาไฟรวมกับการขยับของแผ่นเปลือกโลกอย่างไรก็ตาม วิศกร ราล์ฟ เจอร์เกนส์ แย้งในบทความปี1974 ออฟเดอะมูนแอนด์มาร์สว่าลักษณะทางธรณีวิทยาของวาลเลส มารีนาริสไม่มีร่องรอยของการฉีกขาดและพลิกอย่างที่มักพบในการชยับของภูเขาไฟแต่มันเหมือนโดนแกะ เจอร์เกนส์เสนอว่าลักษณะคล้ายกับรอยที่เหลือจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าตามทฤษฏีของเขา พื้นที่ถูกผ่าด้วยสายฟ้าอวกาศอย่างแรงเจาะภูมิประเทศ

ขณะที่มันขยับไปตามพื้นผิวระเบิดวัตถุออกสู่อวกาศเราไม่เห็นเรื่องแบบนี้จากภูเขาไฟหรือว่าแผ่นดินไหวหรือว่าเหตุการณ์ธรรมชาติชนิดอื่นตัวลักษณะเองคล้ายคลึงกับการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่เราทำหลายอย่างแต่สายฟ้าอวกาศเป็นตัวการให้เกิดรอยแยกใหญ่บนดาวอังคารได้หรือไม่ถ้าได้มันเกิดจากธรรมชาติหรือการโจมตีเมื่อเรามองดูดาวอังคารรอนแผลนั่นดูเหมือนมาจากกระแสไฟขนาดใหญ่บางอย่างในเอกสารปี2014ที่พิมพ์โนวารสารจักรวาลวิทยานักฟิสิกส์ ด็อกเตอร์จอห์น แบรนเดนเบิร์กนำเสนอการค้นพบที่ชี้ว่า บางคนหรือบางอย่างกวาดล้างชีวิตบนดาวอังคารด้วยระเบิดนิวเคลียร์ครั้งใหญ่แบรนเดนเบิร์กกล่าวว่ามีการพุ่งสูงของก๊าซซีนอน129ในชั้นบรรยากาศของดาวอังคาร

ซีนอน129เกิดจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ที่รุนแรงมากตอนแรกผมเสนอคำอธิบายว่านี่เป็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ธรรมชาติที่เกิดไม่เสถียรยังไงก็ตาม เมื่อผมคุยกับนักวิทยาศาสตร์เพิ่มพวกเขาบอกว่า นั่นไม่ใช่สเปกตรัมของซีนอนแต่มันเป็นร่องรอยของอาวุธมันไม่ได้มาจากเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ธรรมชาติแบบไหนทั้งนั้นรูปแบบของการแผ่รังสีบนผิวดาวอังคารชี้ว่ามีรูปแบบเศษฝุ่นทั่วโลกจากจุดแผ่รังสีแรง 2 จุดในตอนเหนือของดาวอังคารและกระจายตัวไปทั่วดาวเคราะห์พื้นที่กัมมันตภาพรังสีที่เหลืออยู่ปกคลุมด้วยแก้วแก้วที่โดนกรดกัดแบบเดียวกับที่พบในจุดทดลองนิวเคลียร์มันเรียกว่า ไทรนิไทต์

ดังนั้น พื้นผิวของดาวอังคารหลายพันตารางเมตร ถูกเปลี่ยนเป็นแก้วใครบางคนทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ขนาดใหญ่บนดาวอังคารให้ระเบิดกลางอังคารไม่มีปรากฏการณ์ทางธรรมชาติไหนที่ให้ข้อมูลนิวเคลียร์นี้ได้ดังนั้นเราต้องไปดาวอังคารเราต้องไปหาให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นมีร่องรอนบอกชัดถึงการาจงใจทำลายล้างบนดาวอังคารหรือไม่ถ้ามีผู้รอดชีวิตบางคนอาจมาถึงโลกได้ไหมบางทีหลักฐานเพิ่มเติมอาจหาได้จากการสำรวจภูมิประเทศของดาวอังคารและโครงสร้างลึกลลับบางอย่างงที่บางคนบอกว่าเป็นศิลปวัตถุต่างดาว

ประเทศที่มีประชากรน้อยมาที่สุดและยังเป็นรัฐอิสระด้วย

ประเทศที่มีประชากรน้อยมาที่สุดและยังมีขนาดพื้นที่เล็กน้อยมากกว่าประเทศอื่นและโดยประเทศส่วนมาที่เรานั้นจะเคยได้ยินกันในตามแหล่งข่าวก็จะมีประชากรอย่างน้อยเป็นล้านคนแต่ทุกคนก็ยังไม่เคยรู้อีกว่าบนโลกใบนี้ของเราก็ยังมีอีกหลายประเทศที่มีประชากรเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นเอง

HUTT RIVER ฮัตต์ฮัทท์ริเวอร์ ฆณ์ฮ เขตปกครองตนเอง

HUTT RIVER มันมีพื้นที่29ตาตะรางไมล์ หรือคิดเป็น 75ตารางกิโลเมตรมีประชากร30คนเขตปกครองตนเอง HUTT RIVER ดินแดนแห่งนี้เรียกได้ว่าไมโครเนชั่น ซึ่งเป็นสถานที่ทที่ชื่ออยู่ในจังหวัดเดียวกันในประเทศออสเตรียมันถูกก่อตั้งโดย  Leonard Casley เป็นผู้ที่ได้ประกาสว่าฟามของเขาเป็นรัฐอิสระที่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นและเป็นอิสระจากการปกครองของออสเตรีย

และถึงแม้ว่าประเทศนี้จะไม่ๆได้รับการยอดรับจากนานาชาติว่าเป็นประเทศหรือรัฐอิสระก็ตามแต่ดินแดนแห่งนี้กับมาสกุลเงินเป็นของตัวเองรวมทั้งแสตมป์และพาสปอร์ต ซึ่งเองไว้ใช้ในประเทศตนเองอีกด้วยโดยในพื้นที่ส่วนต่างๆในอาณาเขตแห่งนี้และนักท่องเที่ยวที่ได้ผ่านเข้ามาก็จะเห็นรูปปั่นแกะสลัดครึ่งตัวของเจ้าชาย Leonard Casley ซึ่งสามารถที่จะพบเห็นได้ทั่วไปในเมืองแห่งนี้อีกด้วย

Tuvalu ตูวาลู 

ขนาดพื้นที่10ตารางไมล์ หรือจะคิดเป็นประมาณ 426ตารางกิโลเมตรและได้มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ10,959คน ตูวาลูเป็นหนึ่งในประเทศที่เล็กที่สุดและยาจกมากที่สุดในโลกในความที่ประเทศเป็นประเทศที่ยากจนจึงได้ทำให้ขาดงบประมาณในการสร้างสาธารณูปโภคที่เหมาะสมจึงได้ทำให้ประเทศแห่งนี้ไม่เหมาะสมแก่การท่องเที่ยวเป็นอย่างมากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศแห่งนี้

จึงอยู่กับการหารายได้ผ่านการให้เช่าโดเมน อินเตอร์เน็ตที่ชื่อว่า .tv ซึ่งโดเมนนี้สามารถที่จะทำรายได้ให้กับประเทศหลายล้านดอลลาร์ต่อปีกันเลยทีเดียว

Nauru นาอูรู

มีขนาดพื้นที่8.1ตารางไมล์ หรือจะคิดเป็น21ตารางกิโลเมตรและมีประชากรอาศัยอยู่9591คน นาอูรู เป็นสาธารณรัฐอิสระที่เล็กที่สุดและได้เป็นประเทศที่มีเกาะเล็กมากที่สสุดในโลกแต่ก็ต้องของบอกกันก่อนเลยว่าประเทศที่นี่นั้นไม่มีเมืองหลวงและที่สำคัญประเทศแห่งนี้ก็ยังไม่มีระบบที่จะขนส่งสาธารณะจึงได้ทำให้ประชากรส่วนใหญ่จะมียานพาหนะส่วนตัวไว้ใข้เป็นของตนเอง

เพื่อที่จะเอาไว้ใช้ในการเดินทางไปบนถนน ซึ่งถนนก็จะมีระยะเพียง25ไมล์เท่านั้นและด้วยปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมจึงได้ทำให้ที่นี่นั้นมันจึงได้กลายมาเป็นไม่ใช่ที่ท่องเที่ยวในสถานที่ที่นิยมที่นักท่องเที่ยวต้องการจะมาและอีกทั้งประชากรที่นี่กว่า70%ยังเป็นโลกอ้วนอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  next88

คามิน เลิศชัยประเสริฐ

ศิลปะนั้นมันไกล้กับความเป็นชีวิตมากที่สุดมันขยายขอบเขตในการที่เรานั้นจะอธิบายความจริงได้ไกล้เคียงกว่าภาษาพูดภาษาเขียนมันไม่ใช่วันเวย์ ไดอาร็อคพอมันได้ทำออกไปมันได้เกิดประสบการณ์ร่วมคนทำศิลปินก็ได้เสนอความคิดตรงนี้

แต่คนดูก็อาจจะคิดไม่เหมือนกบศิลปินก็ได้ซึ่งตรงนี้มันได้ไกง้ความจริงที่สุดเพราะอะไรเพราะมันไม่ได้เป็นทัศนคติแบบครอบงำในตอนวัยเด็กเราก้อาจจะเป็นเด็กเกเรเรียนหนังสือไม่เก่งเรียนได้ที่โร่ตลอดก็ทำอะไรไม่เป็นก็ได้เป็นวาดรูปก็เลยไปเข้ารวมช่างศิลป์พอเราเรียนศิลปะเราก็จะทำความเข้าใจว่าศิลปะมันคืออะไร

หรือว่าเราทำไปทำไมค้นหาไปเรื่อยๆจนหลังๆมาว่าเราเริ่มเข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นแค่อาชีพอย่างเดียวแต่มันเป็นชีวิตของเราเลยมันทำให้ชีวิตเรามีความหมายเราก็เลนทุมเทกับมันเพื่อที่จะทำความเข้าใจศิลปะคืออะไรและจากตรงนั้นมันก็ทำให้เราเข้าใจว่าชีวิตคืออะไรผ่านในการทำงานศิลปะก่อนตายคุณอยากจะเข้าใจมันว่าคุณเกิดมาทำไมในมิติตรงนี้ไหนๆคุณก็จะต้องตายตรงนี้แล้วเอาไปก้ไม่ได้อะไรซักอย่างอย่างน้อยให้เข้าใจก่อนตายไม่ได้หรออะไรแบบนี้

ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เรานั้นได้ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่าเราอยากเข้าใจความจริงว่าคุณค่าของการมีชีวิตอยู่มันอยู่ตรงไหนคือผมคิดว่าทุกอย่างมันคือสัจจะหมดมันก็คือความจริงหมดเพราะว่าทุกคนมันก็มองโลกหรือว่าความจริงจากประสบการณ์ของเขาซึ่งเราจะมาบอกของเราจริงของเขาไม่จริงเป็นไปไม่ได้แต่มันอาจจะเป็นความจริงระดับความจริงสมมุติในการมองปัญหาหรือมองความจริงในส่วนของเรื่องต่างๆ

เราก็อาจจะมองผิดเพราะข้อมมูลของเราผิดก็ได้แต่คือจะทำอย่างไรก็ได้ให้คุณนั้นมีสตินิดนึงเช่นว่าอย่างพึ่งสรุปอะไรเหมือนกับที่พระพุทธเจ้าพูดถึงการรามาสูตรแต่ผมว่าหัวใจของพระพุทธศาสนาในทัศนของผมในที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่สุดก็คือการรามาสูตรซึ่งไม่ได้บอกว่าไม่ให้เชื่อแต่จะบอกว่าให้ไปพิสูจน์ก่อนให้มันมีประสบการณ์ตรงก่อน

และผมก็ว่าอันนี้เป็นตัวที่จะทำให้เรามีสติที่จะเข้าในความจริงในฐานะที่มันเป็นแต่ไม่ใช่อย่างที่เราต้องการประสบการณ์ของผมผมคิดว่าผมได้จากวิปัสสนามาเยอะมากคือผมศึกษาวิปัสสนามาประมาณปี93พอคุณเริ่มเข้าใจสืบสารเหตุปัดจัยว่ามันเกิดขึ้นอย่างไงใน20มันจะวนอยู่แค่ไม่กี่เรื่องโลภ โกรธ หลง ขี้ ปี้ เยี่ยว อิจฉา ริษยา มันมีอยู่ไม่กี่เรื่องทำตรงนั้นคุณถึงจะเข้าใจว่ามันมีมิติบางอย่างที่อยู่ในตัวเราและเราก็ไม่เคยเข้าใจมัน

 

สนับสนุนโดย  dewabet

ดวงตาสีฟ้าที่ถูกค้นพบโดยนักบินอวกาศ

ดวงตาสีฟ้าที่ถูกค้นพบโดยนักบินอวกาศ

บนโลกของเราใบนี้เต็มไปด้วยสถานที่ลึกลับมากมายและคุณเองคงเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับสถานที่ลึกลับมาไม่มากก็น้อยไม่ว่าจะเป็น สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ หรือ มหานครใต้ทะเลลึกอย่างแอตแลยติส ในวันนี้เราจะพาคุณไปพบกับสถานที่แห่งนี้ที่มีความลึกลับที่คุณอาจไม่รู้มาก่อนและมันจะมีสถานที่ใดกันบ้าง

ดวงตาแห่งซาฮาร่า Richat Structure

Richat Structure หรือดวงตาแห่งซาฮาร่า ได้ถูกถ่ายด้วยดาวเทียม แลนด์แซตภายใต้ภาระกิจโคจรรอบโลกขององค์การนาซ่าสถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่าที่อยู่ในเขตของประเทศมอริเตเนียมีลักษณะที่คล้ายหลุมดำที่มันมีเส้นผ่าศูนย์กลางถึง40กิโลเมตรโดยมีวงแหวนเป็นกอนหินสร้างขึ้นที่มีระยะห่างเท่าๆกันที่เกิดขึ้นในภายในพื้นที่วงแหวนแห่งนี้เมื่อเรามองจากยานอวกาศลงมาจะมีรูปร่างดวงตาคล้ายสีฟ้าทีแรกได้ถูกสันนิษฐานว่ามันอาจจะเกิดจากหลุมอุกกาบาตขนากใหญ่และภูเขาไฟแต่เมื่อไปตรวจสอบมันกลับไม่ใช่ทั้งคู่ซึ่หลุมแห่งนี้มีอายุระหว่าง90 100ล้านปีก่อนทำให้

นักธรณีวิทยาต่างก็หากันตั้งคำถามที่เกี่ยวกับเจ้าสิ่งนี้และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้ได้กิดจากการกัดเซาะของลมและน้ำที่ทำให้มันกลายมาเป็นสภายอย่างที่เห็นแต่ที่มันแปลกก็คือทำไมมันถึงมาเป็นวงกลมได้ก็ยังไม่มีใครหาคำตอบสำหรับรูปทรงนี้ได้นักทฤษฎีบบางคนเชื่อว่านี่มันอาจจะเป็นร่องรอยของเมื่องที่ได้หายสาบสูญไปอย่างเมืองแอตแลยติสซึ่งมันก้ได่มีข้อมูลมาจากหนังสือเพลโตที่ได้อธิบายเอาไว้ว่าในหมู่เกาะลึกลับแห่งแอตแลยติสมันได้มีรูปแบบวงกลมที่ได้ซ้อนกันอยู่โดยมันจะแบ่งเป็นทางน้ำสามวงและดินสองวงที่มันได้ล้อมรอบด้วยหินที่คล้ายกับภูมิเขาก่อนที่มันจะสลายและยุบตัว

และได้กลายมาเป็นพื้นที่แห่งนี้ที่มันยังเคยมีหลักฐานเมื่อราวๆ40,000ปีก่อนทะเลทรายในที่แห่งนี้มันเคยเป็นที่ตั้งของทะเลสาบแห่งใหญ่แต่อย่างไรก็ตามมันจึงไม่มีใครฟันธงได้เลยว่าสถานที่แห่งนี้มันเกิดขึ้นมาได้อย่างไรและหลายคนก้เชื่อว่ามันอาจจะเป็นของฝีมือของมนุษย์ต่างดาวมนุษย์โบราณหรือมันอาจจะเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติแต่อย่างไรก็ตามมันก็ได้เป้นอีกสิ่งหนึ่งที่มันได้บอกนักบินอวกาศให้ได้รับรู้ว่าหากได้มองเห็นดวงตาสีฟ้าที่บนพื้นโลกนั้นมันก็หมายความว่ามันเป็นพื้นที่ของแอฟริกานั้นเองแต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่แปลกประหลาดเหล่านี้มันก็ยังเป็นที่สงสัยของเหล่านักบินอวกาศอยู่ดี

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์2020

ประเพณีกวนกระยาสารท

การกวนขนมกระยาสารท ถือว่าเป็นประเพณีที่มักจะกระทำกันทุกปี

โดยหวังว่าการจัดงานกวนขนมกระยาสารทขึ้นมานี้จะช่วยให้ชาวบ้านมีความรักและสามัคคีกัน คอยช่วยเหลือและร่วมแรงร่วมใจกัน โดยชาวบ้านมักจะจัดงานกวนกระยาสารทขึ้นในวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 โดยจะจัดทุกปีในเดือนกันยายน ซึ่งชาวบ้านแต่ละคนก็จะนำถั่ว  นำงา นำข้าวเม่า นำข้าวตอก และน้ำนมวัว รวมถึงน้ำผึ้งมารวมกันที่วัด

ซึ่งบ้านไหนมีมากก็นำมามาก บ้านไหนมีน้อยก็นำมาน้อย หรือบ้านไหนที่ยากจนมากไม่มีของมา ก็สามารถมาช่วยด้านแรงงานได้ เพราะการกวนขนมกระยาสารทนั้นจะต้องมีการช่วยกันกวนหลายคน เพราะกระทะที่ใช้กวนจะมีขนาดใหญ่ ทำให้ต้องใช้คนจำนนวนมากในการช่วยกันกวนขนม ซึ่งขนมกระยาสารทนั้นเป็นขนมไทยที่จะใช้สำหรับการทำบุญตักบาตร

เน้นเป็นการถวายพระในงานบุญเท่านั้น ถือได้ว่าเป็นขนมที่มีมานานตามประเพณี โดยต้องทำตามวัน เวลา ที่แน่นอนตายตัว  

สำหรับประเพณีการกวนขนมกระยาสารทนั้น ว่ากันว่ามีมานานตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยแล้ว นอกจากที่ประเทศไทยแล้วประเพณีกวนขนมกระยาสารท ยังมีการจัดงานกวนขนมกระยาสารท ที่ประเทศอื่นอื่นด้วย เช่น ทางแทบประเทศจีน และตอนเหนือของยุโรป ซึ่งคำว่าสารท อันที่จริงแล้ว ว่ากันว่ามีรากฐานของคำศัพท์มาจากประเทศอินเดีย

เป็นภาษาของประเทศอินเดียโดยตรง โดยมีความหมายถึงว่าอยู่ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งช่วงนี้ของประเทศไทยคือช่วงที่พืชพันธ์ของไทยกำลังผลิตดอกออกผล พอดี เป็นช่วงทีข้าวกำลังออกรวงข้าว ในช่วงสมัยสุโขทัยประเพณีกวนขนมกระยาสารท เป็นที่นิยมกันแพร่หลายมาก ต่อมาก็ลดจำนวนน้อยลงเรื่อยเรื่อย

จนปัจจุบันจะมีการจัดประเพณีการกวนขนมกระสารทเพียงไม่กี่ที่เท่านั้น โดยจะมีการนัดกันรวมตัวกันที่วัดและหลังจากที่มีการกวนขนมกระยาสารทเสร็จแล้วก็จะมีการตักใส่ถุงแจกจ่ายให้กับแต่ละบ้านที่มาช่วยกันกวน และในวันรุ่งขึ้นก็จะมีการนำขนมกระยาสารทที่กวนแล้วเมื่อวานนำมาใส่บาตรด้วย  ปัจจุบันเราจะยังคงเห็นขนมกระยาสารท มีขายตามร้ายขายขนมทั่วไป แต่จะมีขายเฉพาะช่วงที่มีการจัดงานประเพณีนี้เท่านั้น

ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่มักจะซื้อกิน ไม่นิยมมาทำทานร่วมกันแล้ว และไม่ได้ทำเอาไว้สำหรับใส่บาตรเท่านั้น หลายคนซื้อเพื่อกินเล่นอีกด้วย แม้ว่าประเพณีกวนขนมกระยาสารท จะห่างหายไปจากประเทศไทยแล้ว แต่เราคนไทยก็ยังคงหากินขนมกระยาสารทนี้ได้ตลอด

 

สนับสนุนโดย  9luck

อาจารย์เฉลิมชัย ศิลปินแห่งชาติ

วันนี้เราจะมาดูที่วันร่องขุนที่อาจารย์เฉลิมชัยยังคงที่จะมุ่งหน้าที่จะสร้างกันต่อไปเรื่อยๆนั้นปัจจุบันทุกวันนี้ได้มีการเปลี่ยนไปอย่างกันกันบ้างแล้วเดี๋ยวมาดูกัน

และที่วัดร่องขุนนั้นก็มีลานกว้างและมีหอระฆังบ่อน้ำอธิษฐานจิตและยังมีเมรุที่สวยงามที่สุดในโลกซึ่งแต่ก่อนนั้นเมรุของ อาจารย์นั้นเขาจะปล่อยให้นำเอาศพเข้ามาเผาได้แต่ปัจจุบันนี้เขาก็ได้มีการเปลี่ยนแปรงละเขาก็ได้มีการประชุมกันเมื่อไม่นานมานี้ถ้ามีศพเข้ามาจริงๆจะทำอย่างไรและก็ได้มีการประชุมว่าจะมีการส่งผลกระทบอะไรมั้ยสุดท้ายศพนั้นก็ไม่ได้เผา

เพราะมีการชุมและคิดว่ามีจำนวนประชากรนักท่องเที่ยวเยอะมากที่ได้เข้ามาถ่ายรูปของเมรุมากมายและถ้าได้มีการเผานั้นมันจะเป็นที่อุจาดและมีกลิ่นด้วยซึ่งที่จริงแล้วมันอยู่กลางวัดเขาก็เลยมีการย้ายป่าช้าใหม่ไปอยู่หลังวัดซึ่งตอนนี้เขาได้มีการดำเนินการสร้างขึ้นมาใหม่

ซึ่งเมรุแห่งนี้นั้นไม่มีใครที่จะกล้าเอาศพนั้นมาเผาเพราะว่าตัวเมรุนั้นมีสภาพที่สวยงามจนไม่กล้าที่จะนำเอาศพไปเผาจากนั้นก็เลยได้เอาเมรุหลังนี้เก็บเอาไว้ที่เดิมเพื่อที่เอาเก็บไว้ให้นักท่องเที่ยวนั้นได้เข้ามาถ่ายรูปและในส่วนของเมรุนั้นก็ย้ายไปอยู่ที่หลังวัดแล้วที่กำลังจะสร้างขึ้น

วัดร่องขุน 20ปีของจินตนาการกับ ศิลปะที่ยังไม่มีที่สิ้นสุดจากนั้นมาได้มีคนถามอาจราย์ว่าไม่เบื่อหรือไง อาจราย์ยังได้บอกอีกว่าถ้าเบื่อแล้วจะสร้างทำไมถ้ามึงอุทิศให้กับงานสร้างศิลปะประจำ ร.9 และประเทศชาติของพระศาสนามึงจะไม่มีววันเบื่อถึงแม้จะตายไปแล้ว

ก็ไม่มีวันเบื่อเพราะฉะนั้นในความเบื่อเหล่านี้มันเป็นของพวกที่กระจอก สำหรับที่วัดร่องขุนนั้นยังได่มีความสวยงามระดับหนึ่งของประเทศไทยที่ได้มีอาจารย์เฉลิมชัยเป็นคนสร้างขึ้นมาจากนั้น

ถ้าใครที่ได้ไปเที่ยวหรือไปชมความงามทางด้าน ศิลปะ

ในที่วัดแห่งนี้จะบอกเลยว่าสวยงามตระการตาเป็นอย่างมากนอกจากนี้อาจารย์ยังได้บอกอีกว่าเขากำลังที่จะสร้างมหาวิหารขึ้นมาอีกหนึ่งหลังและเป็นที่สุดท้ายของชีวิตอาจารย์ ซึ่งอาจารย์ได้บอกไว้ว่าอายุ65อาจารย์จะสร้างวิหารเพราะทุกอย่างอาจารย์ได้วางแผ่นเอาไว้หมดแล้วเพราะมันจะนำไปสู่ความตายเพราะเป็นการตายที่จัดสรรค์อย่างอลังการคือมันเนรมิตทุกอย่างให้กับตัวเองได้เพราะชีวิตนั้นจึงไม่จำเป็นจะต้องขึ้นตรงต่อใครเพราะเป็นวิธีคิดของเราดำรงชีวิตที่มันเป็นอิสระภาพ

 

ขอบคุณเรื่องราวดีๆโดย rb88