โดมิโนของสหรัฐอเมริกา 

อุดมการ โดมิโนของสหรัฐอเมริกา  ปี1950-1960ได้เกิดสงครามเย็นกระจายไปทั่วโลก

โลกของฝั่งสหรัฐอเมริกา เขาก็ได้มีทฤษฎีอยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งเขาก็ได้เชื่อในส่วนของทฤษฎีที่มีชื่อว่า โดมิโน สำหรับด้านทฤษฎีโดมิโน นั้นมันก็ได้มีความหมายอยู่ว่า

ถ้าหากว่าเรานั้นได้ปล่อยให้โดมิโนที่อยู่ตัวแรกนั้นได้ล้มนั่นมันก็อาจจะหมายความว่าหากเราได้ยอมให้อีกหนึ่งประเทศได้กลายมาเป็นคอมมิวนิสต์ไปลัทธิของคอมมิวนิสต์มันก็จะแพร่ขยายไปอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนั้น

ที่เหมือนกันกับการผลักโดมิโนในประเทศที่อยู่ข้างเคียงให้ล้มต่อๆไปจนมันได้กลายมาเป็นด้านคอมมิวนิสต์กันไปทั้งหมดและนี่มันก็เป็นแค่เพียงทฤษฎีโดมิโน 

นอกจากนี้ ส่วนที่มันได้เป็นอุดมการณ์ฝั่งของคอมมิวนิสต์ถ้าหากว่าจะทำให้มันได้สำเร็จไปตามด้านทฤษฎีของคอมมิวนิสต์ไปจริงๆมันก็จะต้องทำลายชนชั้นของ นายทุนให้จนหมดไปโดยอย่างสิ้นเชิง ซึ่งมันก็หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนให้ทุกๆประเทศในโลก

เป็นประเทศคอมมิวนิสต์เสียก่อนและนั่นมันเป็นเรื่องของสงครามเย็นและสงครามตัวแทน แต่ทว่าสงครามตัวแทนนั้นในภาคเอเชียนั้น โดยเฉพาะในเอเชียด้านตะวันออกเฉียงใต้มันไม่ได้เหมือนกับสงครามตัวแทนอื่นๆ

ในโลกที่ไม่เหมือนกับในยุโรป ซึ่งได้มีการแบ่งเยอรมันด้านตะวันออกกับเยอรมันตะวันตกหรือแบบประเทศในอเมริกาใต้ที่ขั้วของความขัดแย้งคืออิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตที่ในตะวันออกเฉียงใต้มันจะมีความซับซ้อนมากกว่านั้น

เนื่องจากมันได้มีถึง3ขั้วของอำนาจด้วยกัน ซึ่งด้านโซเวียตเขาได้ทะเลาะกับจีน ซึ่งมันได้ทำให้ใครหลายๆคนต่างก็ได้พากัน งง เพราะว่าเขาก็ได้เป็นพรรคคอมมิวนิสต์อยู่เหมือนกันแต่ทำไมถึงได้มาทะเลาะกันได้ล่ะ ในปีประมาณ1950-1960ที่สงครามเย็นก็ได้กระจายออกไปทั่วโลก จีนกับโซเวียตก็ได้ตัดความสัมพันธ์กันทั้งๆ

ที่ได้เป็นประเทศคอมมิวนิสต์เหมือนๆกัน ซึ่งพวกเราก็ได้เรียกเหตุการณ์เล่านี้ว่าSino-Soviet split ซึ่งเหตุการณ์ที่ได้แยกวงนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อในปี1956 ซึ่งในตอนนั้นด้าน โจเซฟ สตาลินที่เป็นผู้นำสูงสุดของโซเวียตที่ได้เสียชีวิตลงและผู้นำคนใหม่ได้

ชื่อนายนิกิต้า ครุชอฟได้ขึ้นมาแทน  ซึ่งนายนิกิต้า ครุชอฟก้ได้มีไอเดียที่ไม่ต้องการให้สภาพโซเวียตเข้ามาเป็นคอมมิวนิสต์ในรูปแบบเดิมที่ได้เป็นลัทธิบูชาตัวบุคคลเพราะในก่อนหน้านี้ในยุคของสตาลินทางฝ่ายโซเวียตก็ไม่สามารถที่จะไปถึงฝั่งฝัน

ที่จะเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ตามทฤษฎีได้จริงๆ เช่นเดียวกันกับประเทศคอมมิวนิสต์ทั้งหลายในโลกนี้สุดท้ายแล้วนายสตาลินก็ได้กลายมาเป็นเผด็จการที่ได้ยกให้ตัวเองเป็นผู้นำสูงสุดที่บังคับทำให้ทุกคนนั้นจะต้องเชื่อฟังเพื่อที่ชาติจะได้รอดพ้นจากภัยจักรวรรดินิยมของอเมริกาทำให้โซเวียตในยุคของสตาลินประชาชนต้องเผชิญกับความอดยากยากจนมีการจำกัดศัตรูทางการเมืองที่หนักหน่วง

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk888

ผลงานที่โด่งเด่นของคล้อด โมเน่

ผลงานที่โด่งเด่นของคล้อด โมเน่และเพื่อนคนอื่นๆอีกมากมาย

สำหรับงานที่ได้ดูโด่งเด่นไปกว่าชิ้นอื่นๆของ คล้อด โมเน่ อย่างเช่นwoman with parasolอย่างเช่นรูปภาพสระบัวหรือที่ได้เรียกกันว่าThe water lily pond ซึ่งได้มีถึงประมาณ250ชิ้น นอกจากผลงานขอโมเน่ต์แล้วนั้นและยังได้มีศิลปินที่ยังได้อยู่ในกลุ่มนี้ก็ยังได้มีอยู่อีกหลายคนที่ได้มีความโด่งดัง อย่างเช่น นาย ปีแอร์ ออกุสต์ เรอนัวร์ 

ซึ่งเขานั้นก็ได้วาดรูปของผู้หญิงที่นั่งอยู่คู่กับเด็กเขาได้วาดออกมาได้อย่างอ่อนหวานเป็นอย่างมากซึ่งสามารถที่จะจับเอาความที่ไร้เดียงสาของเด็กคนนี้เอาออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อเลย อย่างเช่นในรูปภาพ ไอรีนน้อย หรือว่า ลิตเติล ไอรีน เป็นรูปภาพPortraitของลูกๆที่มีอายุแค่เพียง8ขวบของนายธนาคารที่ได้เข้ามาจ้างเรอนัวต์ให้วาดให้

นอกจากนี้รูปภาพที่มีความโด่งดังมากที่สุดของเขานั่นก็คือรูปภาพที่มีการเต้นรำที่มูแล็ง เดอ ลา กาแล็ตที่พวกเขานั้นสามารถที่จะจับเอารูปภาพรวมกับแสงแดดในช่วงบ่ายของในวันอาทิตย์ในงานเต้นรำที่ออกมาได้อย่างมีชีวิตชีวาเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ก็ยังได้มีผู้คนอีกบุคคลหนึ่งที่เขาก้ได้มีชื่อเสียงที่โด่งดังขึ้นเหมือนกันเช่น นายเอ็ดการ์ เดกาส์  สำหรับนายเอ็ดการ์ เดกาส์  นั้น เขาก็ชอบในการวาดรูปคนที่กำลังเต้นบัลเล่ต์ คู่กับผู้หญิงทที่กำลังจะอาบน้ำ ซึ่งมันก็ได้มีความแตกต่างไปจากบุคคลสองคนแรกนั้นก็ตรงที่ว่ารูปภาพของเขานั้นมันได้มีความหม่น

ของความเหงาอีกทั้งในตัวของเขาเองนั้นมันก็ไม่ได้ปลื้มที่ทำให้ตัวเองนั้นได้ถูกให้อยู่ในกลุ่มแบบอิมเพรสชั่น ซึ่งตัวของเขานั้นก็ไม่ชอบที่จะวาดรูปในที่กลางแจ้งที่แบบว่าโมเน่ต์เขาชอบทำและ สำหรับในผลงานที่มีความเด่นๆเลยก็คือชั้นเรียนที่เต้นบัลเล่ต์The Ballet Class และรูปภาพในคาเฟ่ต์ lnaCafe

และยังก็ได้มีอยู่อีกหนึ่งชื่อว่าเหล้าอัปแซ็งต์หรือว่ามันได้เป็นเหล้าที่เหล่าผู้หญิงในรูปภาพนั้นเขากำลังที่จะดื่มอยู่ นอกจากนี้เราก็ยังได้มีเรื่องราวที่อยากจะพูดถึงอีกสักเพียงเล็กน้อยก็คือนอกจากศิลปะแล้วที่มันจะมองเห็นมันได้ด้วยตาแล้ว

มันก็ยังได้เป้นแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ซึ่งมันก็ยังได้ทำการส่งอิทธิพลไปทั่วโลกของเหล่าบรรดาของดนตรีที่คลาสสิกอีกด้วย ซึ่งได้เกิดดนตรีคลาสสิกแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ขึ้นในช่วงยุคประมาณศตวรรษที่19ในฝรั่งเศสเช่นเดียวกันซึ่งมันได้เป็นช่วงจังหวะของดรตรีที่ได้สร้างจังหวะของอารมณ์ของผู้แต่งอีกด้วย

 

สนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

การลงไปสำรวจชาเลนเจอร์ดีปใต้มหาสมุทร

ซึ่งในครั้งนั้นด้านเจมส์ คาเมรอนยังได้ลงไปพร้อมกับเรือดำน้ำที่ได้ติดตั้งกล้องเพื่อลงไปบันทึกภาพรวมไปถึงเก็บตัวอย่างโคนเอามาให้นักวิทยาศาสตร์ให้ได้ศึกษากันอีกด้วยแต่คุณจะเชื่อหรือไม่ว่าเรือดำน้ำขนาดเล็กของคาเมรอนลำนี้ซึ่งได้ใช้งบประมาณในการสร้างมากกว่า320ล้านบาท

จากนั้นกว่าที่จะสร้างเรือดำน้ำลำนี้เสร็จจะต้องใช้ระยะเวลานานถึง8ปี นอกจากนี้การที่ใช้งบประมาณในการสำรวจก็ยังถือได้ว่ามันได้เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคที่ทำให้เรายังได้รู้จักกับใต้ทะเลลึกได้น้อยมากมายๆ

หลากๆคนก็อาจจะมีคำถามว่าแล้วเราจะเป็นอย่างไงหากเราได้ลงไปสำรวจโดยที่ไร้เรือดำน้ำหรืออุปกรณ์ที่ช่วยชีวิตใดๆสิ่งคำตบนี้ก็คือมันเป็นไปไม่ได้เพราะในขณะที่เราลงไปอยู่ใต้น้ำหัวใจของเราจะเริ่มเต้นช้าลงและเมื่ออยู่ในระดับน้ำที่มีความลึกเกินระดับ5เมตร

สมองของคุณอาจจะหยุดทำงานจนทำให้คุณนั้นสลบไปได้นอกจากนี้อวัยวะภายในอย่างปลอดถูกบีบอันจากแรงดันน้ำด้านนอกจนหดเล็กลงการดำน้ำแบบที่ไม่ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจนั้นมันได้มีอยู่หลายประเภคหนึ่งนักกีฬาระดับโลกนี้ก็คือเขาเป็นคนชาวออสเตรียที่สามารถดำน้ำได้ลึกถึง214เมตร

จนมันกลายมาเป็นสถิติโลกซึ่งลักษณะของการดำน้ำแบบนี้จะไม่จำกัดวิธีดำน้ำและวิธีขึ้นสู่ผิวน้ำผู้ที่ดำน้ำมักจะใช้อุปกรณ์ช่วยในการดำลงไปจากนั้นก็ลอยตัวขึ้นมาแต่ที่เหลือก็คือการใช้ร่างกายของตัวเองล้วนๆ

ซึ่งต้องบอกเลยว่ากีฬาประเภคนี้จึงเป็นกิจกรรมที่จะต้องผ่านการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องอีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่สูงมากๆ นอกจากนี้ในระดับความบึกประมาณ11กิโลเมตรแรงดันน้ำมันจะบีบอัด1.2ตันในทุกๆพื้นที่ตารางเซนติเมตรจึงได้ทำให้ยานพาหนะที่จะลงมาในระดับน้ำความลึกนี้จะต้องมีความแข็งแรงและจะต้องได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี

แต่เช่นที่ยากที่สุดก็คือเรือดำน้ำลำนี้มันจะต้องรับแรงดันที่มากกว่าแรงดันบนพื้นผิวโลกถึง1พันเท่าหรืออาจจะพอๆกับนำเอาเครื่องบินจัมโบ้เจ็ตจำนวน50ลำมาวางเอาไว้ที่ตัวของคุณทั้งนี้ก็ยังได้มีตัวเดินทางไปสู้ชาเลนเจอร์ดีปนานกว่าการเดินทางไปยังดวงจันทร์เสียอีกนอกจากนี้ใครที่ได้เดินทางไปยังชาเลนเจอร์ดีปก็ไม่ได้ก้าวเท้าออกนอกยานพาหนะ

เพื่อที่จะเหยียบพื้นผิวของมหาสมุทรเหมือนอย่างเหล่านักบินอวกาศทำอยู่บนดวงจันทร์แต่อย่าใดซึ่งในปัจจุบันนี้ก็ยังได้มีพื้นที่อีกมากมายที่อยู่ในชาเลนเจอร์ดีปและที่ก้มมหาสมุทรที่ยยังไม่ได้รับการสำรวจ

 

ขอขอบคุณ  bk8 casino  ที่ให้การสนับสนุน

ข้อผิดพลาดของตึกสูง

การทำความผิดพลาดของมนุษย์ที่จะต้องชดเชยอย่างมากและมันก็ไม่ได้มีสิ่งที่จะสมบูรณ์แบบใดในโลกนี้ที่จะไม่ทำผิดพลาดกันซึ่งใครจะเชื่อว่าคนเรานั้นจะทำความผิดพลาดได้แค่เล็กน้อยเท่านั้น

แต่จะรู้หรือไม่ว่ามันได้ส่งผลกระทบต่อมูลค่ามากขนาดไหนวันนี้เราจะมาดูข้อผิดพลาดที่มนุษย์นั้นจะต้องชดเชยแพงมากที่สุดและมันจะมีอะไรบ้างมาดูกัน

 ตึกสูงระฟ้าที่ประเทศอังกฤษDeadly Skyscrapers

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิในปี2014 ชาวลอนดอนต่างก็ได้มีความยินดีกับการได้เปิดใช้ตึกสูงระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจการเงิน สำหรับอาคารสะท้อนแสงแห่งนี้ก็ได้มีความสูงมากถึง160mเมตรและมันก็ได้มีชื่อฉายาที่เรียกว่าวอคกี้ทอคกี้

เนื่องจากว่ามันได้ถูกออกแบบมาให้เป็นตึกที่มีขอบที่โค้งมนที่ได้มีความต่างไปจากตึกโดยทั่วๆไปนี่เองแต่ใครเหล่าจะเชื่อว่าด้วยการที่มีการออกแบบที่ไม่เหมือนใครนี่เองมันได้แฝงและได้ปิดบังสิ่งที่มีความน่ากลัวเอาไว้เมื่อได้มาเข้าสู่ในช่วงฤดูร้อนคนชาวเมืองลอนดอนต่าง

ก็ได้อ้าปากบ่นออกมาอย่างมากมายและนั้นมันก็เป็นเพราะว่ากระจกผิวเว้าของตึกสูงระฟ้าแห่งนี้มันได้สะท้อนแสงอาทิตย์ที่มีความร้อนแรงลงมาที่ด้านล่างซึ่งด้วยความร้อนที่ได้ส่องลงมานั้นบางจุดมันได้มีความร้อนพุ่งสูงขึ้น70องศา

ซึ่งแสงที่ได้สะท้อนลงมานี้มันได้ทำให้เกิดไฟไหม้บนพรมเช็ดเท้าในร้านตัดผมและยังได้รวมไปถึงไฟไหม้รถยนต์ของนักธุรกิจที่มันได้ถูกลำแสงสะท้อนจากตึกสูงแห่งนี้อีกด้วย ซึ่งต้องบอกเลยว่าในความร้อนขนาดนี้มันจะสามารถที่จะใช้ทอดไข่ได้อย่างสบายๆ

และท้ายที่สุดแล้วในชื่อเรียกของตึกนี้มันก็ต้องถูกเปลี่ยนไปหลังจากที่มันนั้นได้รับการแก้ไขซึ่งโดยเจ้าของตึกนี้ก็ได้ทำการติดตั้งแผงบดบังแสงอาทิตย์โดยจะติดตั้งตั้งแต่ชั้นที่สามไปจนถึงชั้นที่34ของอาคารโดยจะใช้เวลาในการติดตั้งทั้งหมด

ซึ่งจะใช้ระยะเวลาประมาณ6เดือนด้วยกันทั้งนี้ใครจะเชื่ออีกว่าแผงที่ได้ติดตั้งกันความร้อนนี้มันได้มีราคาสูงถึง12ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อหากได้รวบรวมกันแล้วมันก็จะได้ต้นทุนที่สร้างตึกสูงแห่งนี้สูงเกินกว่า250ล้านเหรียญสหรัฐกันเลยทีเดี่ยวซึ่งต้องบอกเลยว่าคิดทีจะสร้างตึกแล้วจะต้องดูสถานการณ์ท้องที่ให้ดีเสียก่อนที่จะทำการก่อสร้างมันขึ้นมาไม่อย่างงั้นก็จะเป็นข้อผิดพลาดเหมือนกับตึกสูงแห่งนี้เหมือนกันอีกด้วย

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 ดีไหม

หมู่บ้านในฝันของใครหลายๆคน

หมู่บ้านHoutong Cat village หรือ หมู่บ้านแมว

ถ้าหากว่าจะให้เรานั้นได้พูดถึงเรื่องของหมู่บ้านแมวแล้วล่ะก็เราเชื่อว่าหลายๆคนก็อาจจะคิดถึงที่ประเทศญี่ปุ่นกันใช้หรือไม่แต่ในวันนี้เราก็จะขอพาทุกคนไปที่เมืองภูตรงที่ประเทศไต้หวันกัน แต่เดิมเมืองภูตรงนั้นซึ่งได้เป็นเมืองเศรษฐกิจทำเหมืองแต่ในภายหลังนั้นที่เมืองถ่านหินนั้น

ได้ปิดตัวลงจากนั้นในบรรดาเหล่าชาวบ้านก็ต้องออกไปหาทำงานที่ในเมืองจนทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ก็แถบจะกลายมาเป็นเมืองล้างจนในกระทั่งในปีประมาณ2008ก็ได้มีบรรดาผู้คนที่ได้เป็นอาสาสมัครที่เป็นคนรักแมวก็ได้จัดทีมขึ้นมาเพื่อที่จะหาที่อยู่ให้กับบรรดาแมวจรจัดที่มมันได้ถูกทอดทิ้ง

และภายหลังต่อมาที่ได้มีเจ้าแมวเหมียวได้เข้ามายึดครอง สถานที่หมู่บานแห่งนี้มันก็ได้กลับมามีชื่อเสียงและได้มีความโด่งดังขึ้นมาอีกครั้ง

ซึ่งได้เป็นเมืองขึ้นชื่อของการถ่ายรูปภาพแมว นอกจากนั้นมันก็ยังได้มีบรรดาแมวหลากหลายตัวที่มันได้อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้พวกมันก็ได้ออกมารอรับนักท่องเที่ยวกันอย่างเป็นมิตรและเนื่องด้วยที่เมืองแห่งนี้ได้ห่างจากสถานที่เมืองกรุงไทเปไปประมาณ1ชั่วโมงและถ้าหากว่าคุณนั้นจะเดินทา

ด้วยรถไฟมันจึงทำให้มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นในทุกสัปดาห์กันเลยทีเดี่ยวและแบบนี้เจ้าน้อยเหมียวมันก็ได้มีความสุขกับอาณาจักรของมันเลยทีเดี่ยว

หมู่บ้านShirakawa-go หรือ หมู่บ้านชิดาคาวาโกะ ประเทศญี่ปุ่น

หากจะพูดถึงประเทศญี่ปุ่นในสายตาของนักท่องเที่ยวของต่างชาติก็คงจะหนีไม่พ้นกับเมืองใหญ่ๆอย่างเช่น โตเกียว หรือ โอซาก้า แต่มันจะมีใครรู้หรือไม่ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเขาได้มีเมืองที่ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกอย่างเมืองชิวาคาราโกะอีกด้วย

ซึ่งได้เป็นหมู่บ้านที่มีความเก่าแก่ที่มีกราฟเอาไว้โชว์นอกจากนี้ด้านหลังคานั้นมุงด้วยฟางข้าวเมื่อถึงในช่วงฤดูหนาวสถานที่แห่งนี้ก็จะมีหิมะลงมาปกคลุมหนาถึงสองเมตร ซึ่งหิมะนั้นจะเข้าไปปกคลุมทั่วทั้งหมู่บ้าน

ซึ่งมันก็ได้กลายมาเป็นอีกหนึ่งแห่งความเสน่ห์ที่มันได้มีความงดงามเหมือนกับอย่างเมืองแห่งเทพนิยายที่เรานั้นจะหาดูจากมันไม่ได้จากที่ไหน นอกเสียจากสถานที่หมู่บ้านที่ชิดาคาวาโกะสถานที่แห่งนี้ที่เดี่ยวเท่านั้น

เนื่องจากนี้มนต์เสน่ห์ของมุมภาพที่คุณนั้นได้เห็นซึ่งมันก็ได้กลายมาทำให้สถานที่หมู่บ้านแห่งนี้ก็ได้กลายมามีชื่อเสียงและยังได้เป็นหนึ่งจุดมุงหมายสถานที่หนึ่งของในช่วงฤดูหนาวที่จะทำให้นักท่องเที่ยวอยากจะเข้ามาสัมผัสนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  next88 มือถือ

ระดับความลึกของท้องทะเลจะมีอะไรบ้าง

ในระดับน้ำที่มีความลึกประมาณ830เมตรมันจะเป้นตึกสูงที่สุดของตึกBurj Khalifaที่ประเทศดูไบ เนื่องจากมันได้เป็นตัวอาคารที่มันได้มีความสูงมากที่สุดในโลกหลังจากนั้นหากว่าเราได้มาถึงในระดับน้ำที่ได้มีระดับน้ำที่ลึกประมาณ1,000เมตร

จากนั้นมันจะเข้าสู่จุดที่ได้มีความน่ากลัว หรือ ที่ได้เรียกกันว่า The Scary Zone ซึ่งในระดับน้ำที่ได้มีความลึกประมาณนี่ เนื่องจากว่าแสงของดวงอาทิตย์นั้นมันไม่สามารถที่จะส่องลงมาถึงที่ระดับความลึกส่วนนี้ได้ นอกจากนี้ในส่วนที่มีความลึกลงไปที่ด้านใต้ของมหาสมุทรนั้น

มันจะถูกปกคลุมไปด้วยความมืดอย่างถวารและที่แย่ไปกว่านั้นก็คือแรงดันน้ำตรงจุดนี้มันจะเหมือนกับว่าคุณกำลังในยืนอยู่ที่ผิวน้ำของดาวศุกร์แต่ถึงอย่างไร

แล้วมันยังได้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ของปลาหมึกที่มันอาศัยอยู่ใต้ท้องทะเลแห่งนี้อีกด้วยจากนั้นเมื่อดำน้ำลึกลงไปอีกประมาณ1,280เมตร ซึ่งมันได้เป็นระดับน้ำที่มันได้มีความลึกมากที่สุดเท่าที่เต่ามะเฟืองนั้นจะลงมาได้จากนั้นลึกลงไปอีกที่ระดับน้ำประมาณ1,828เมตร

เราก็จะได้เข้าจุดที่สูงที่สุดของแกรนแคนย่อนหากมันได้กลับหัวอยู่ที่ใต้น้ำจากนั้นลึกลงไปอีกประมาณ2,000เมตรเราก็จะได้พบกับสิ่งที่มันได้มีความแปลกใหม่มากขึ้นและจะได้พบกับสิ่งที่อยู่ใต้ทะเลที่มีความน่ากลัวยกตัวอย่างเช่นBlack Dragonfishสัตว์เหล่านี้มันได้เป็นสัตว์ที่ชอบกินเนื้อเป็นอาหารและส่วนที่ได้เป็นกระเพาะอาหารของพวกกมันนั้น

ก็ยังได้มีวิวัฒนาการที่ลำแสงนั้นไม่สามารถที่จะส่องผ่านมันได้เลยถ้าหากว่าจะส่องผ่านได้นั้นมันจะมีแค่เพียงวิธีเดียวที่มันจะทำให้คุณนั้นได้มองเห็นกับสิ่งที่มีอยู่ใต้ท้องทะเลชนิดนี้ก็คือไฟฉายอย่างเดียวเท่านั้นจากนั้นลงลึกไปอีกประมาณ2,250เมตร

เนื่องจากที่ระดับน้ำที่มีความลึกประมาณนี้มันจะเป็นที่อาศัยอยู่ของเจ้าวาฬวาฬหัวทุยและเหล่าปลาหมึกที่มีขนาดใหญ่มหิมาเราจะเห็นได้ว่าเรามักจะพบเห็นรอยบาดแผลที่เต็มตัวของเจ้าวามหัวทุย ซึ่งมันได้เกิดมาจากการที่วาฬหัวทุยและปลาหมึกยักษ์ได้ต่อสู้กน

และในระดับน้ำที่มันได้มีความลึกขนาดนี้ปลาหมึกนั้นมันจะสามารถที่จะเติบโตขึ้นมาประมาณ14เมตรและมันก็ยังได้มีน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ750กรัมทั้งนี้ดวงตาของเจ้าปลาหมึกนี้มันก็ยังได้มีดวงตาที่เท่ากับ

ขนาดจานอาหารมื้อค่ำของมนุษย์อีกทั้งตรงบริเวณหนวดปลาหมึกนั้นมันก็ยังได้มีเขี้ยวที่แหลมคมมากแต่ถึงอย่างไรก็ตามคุณก็คงไม่คิดที่อย่างจะดำน้ำลงไปเจอกับเจ้าปลาหมึกตัวนี้อย่างแน่นอน

เมืองที่จมอยู่ใต้มหาสุทร

เมืองที่จมอยู่ใต้มหาสุทรที่ทำให้นักโบราณคดีต่างให้ความสนใจ

พระราชวังCLEOPATRA

สำหรับชายฝั่งอเล็กซานเดรียที่อยู่ในเขตประเทศอินเดีย ซึ่งมันก็ได้มีโบราณสถานที่ได้มีการเชื่อกันมาว่ามันได้เป็นพระราชวังค์ของพระนางคลีโอพัตรา ที่ได้เป็นราชนีที่มีเสน่ห์ ณที่เมืองโบราณ ซึ่งในพระราชวังค์สถานที่แห่งนี้นั้นยังเคยได้เคยเป็นหนึ่งในเมืองของในสมัยนั้นเมื่อระยะเวลาประมาณ2,000ปีก่อน

ซึ่งในสมัยนั้นได้เกิดเหตุการแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงเมื่อประมาณปี1,500ปีก่อน หลังจากนั้นมาหลังจากมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวก็ได้ทำให้ ณที่เมืองแห่งนี้ก็ได้จมลงสู่ใต้ก้นท้องทะเลจากนั้นมาทางด้านนักโบราณคดีก็ได้ดำน้ำลงไป

เพื่อเข้าไปทำการสำรวจเศษซากวัตถุโบราณต่างๆจากนั้นนักดำน้ำที่ได้ลงไปใต้น้ำก็ได้ไปพบกับวัตถุโบราณต่างๆอย่างมากมาย ซึ่งทางด้านนักโบราณก็ยังได้มั่นใจกันอีกว่าสถานที่เหล่านั้นมันก็อาจจะมีสถานที่ที่เอาไว้ฝังพระศพของพระนางคลีโอพัตรา อีกด้วยเช่นกัน

เมืองไบแอ

นอกจากนี้ด้านเมืองไบแอนั้น ซึ่งมันได้เป็นเมืองโรมันในสมัยโบราณ จากนั้นมาก็ได้มีการวิเคราะห์กันมาว่ามันอาจจะมีมาตั้งแต่500ร้อยปีที่แล้วจากนั้นหลังในอดีต เมืองไบแอนั้นยังได้กลายเป็นเมืองที่มีความยิ่งใหญ่อีกทั้งมันยังเต็มไปด้วยความมั่งคั่งของเงินทองมากมาย

ที่ได้สันนิษฐานเอาไว้ว่ามันน่าจะเป็นเมืองของเหล่าผู้คนที่ได้เป็นคนชั้นสูงในช่วงของระยะเวลาประมาณ500ปีก่อน และก่อนที่จะมีบางสิ่งบางอย่างที่จะจมหายลงไปใต้ท้องทะเล เพราะมันได้มีเหตุเกิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟอีกทั้งยังได้รวมไปถึงการเคลื่อนตัวด้านชายฝั่งทั้งนี้ในส่วนที่ด้านเหลืออยู่บนพื้นที่แห่งนี้ก็จะมีแต่เศษซากที่มันได้ปรักหักพังเสียหาย

ซึ่งมันก็ได้ประกอบไปด้วยโดมและมันก็ยังได้มีเส้นขนาดผ่านศูนย์กลางประมาณ21.5เมตร ทั้งนี้มันก็ยังได้เป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ที่อยู่ใต้ท้องทะเลจากนั้นยังได้เป็นสิ่งที่ต้องทำให้เหล่านักวิศวะกรรมต้องตะลึ่งใจ ที่สถานที่แห่งนี้ได้เป็นสิ่งที่ได้มีการก่อสร้างขึ้นที่มีควาใหญ่มากที่สุดในโลก และก่อนที่จะสร้างวิหารที่ได้มีการผ่านการเวลามาแล้วมากถึง1,700ปี

ที่สถานที่เมืองแห่งนี้ได้สูญหายไปจากบรรดาผู้คน จากนั้นมาในเรื่องของตำนานในสถานที่แห่งนี้ก็ยังได้ถูกเล่าขึ้นมาอีกครั้งว่า นอกจากนี้ได้มีการค้นพบพื้นที่แห่งนี้ได้จมอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือในพื้นที่อ้าวเนเปิลในประเทศอิตาลี

ซึ่งเรื่องราวของที่แห่งนี้มันได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้นักโบราณคดีต่างก็ได้ให้ความสำคัญ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทางเข้า nowbet

ข้อห้ามของสองประเทศ ภูฏาน และ รัสเซีย

ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ประเทศภูฏาน

ถึงแม้ว่าการที่ได้สูบบุรี่ในที่สาธารณะจะเป็นเรื่องที่ดูปกติของประเทศทั่วโลกแต่สำหรับประเทศที่ลายล้อมไปด้วยของภูเขานั้นและป่าไม้ที่ได้มีความร่มลื่นอย่างประเทศภูฏานนั้นก็ได้เป็นประเทศเดียวที่มีกฏหมายที่ไม่ให้ประชากรและนักท่องเที่ยวห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะและยังรวมไปถึงห้ามจำหน่ายด้านบุหรี่ของยี่ห้อต่างๆ

ภายในร้านค้าที่อยู่ในประเทศอีกด้วย เนื่องจากจะเกรงว่าด้านควันของบุหรี่นั้นจะทำให้อากาศที่บริสุทธิ์ภายในประเทศนั้นจะเต็มไปด้วยของมลพิษ

หากคุณมีความต้องการที่อยากจะสูบบุหรี่ก็จะให้สูบในพื้นที่ที่ได้มีการกำหนดให้เอาไว้เพียงเท่านั้น อย่างเช่นตามโรงแรมร้านอาหารหรือสถาบันเทิงจะมีการจัดทำพื้นที่ให้ สำหรับที่สูบบุรี่เอาไว้ให้โดยเฉพาะและมันจะต้องเป็นในเวลาค่ำแล้วเท่านั้น ซึ่งโดยบุหรี่เหล่านั้นได้มีประชากรและนักท่องเที่ยวจะได้รับอนุญาติให้ได้นำเอาเข้าบุหรี่ได้ไม่เกินคนละประมาณ200ม้วน

และจะต้องมรการไปเสียภาษีตามที่ได้กำหนดหากได้มีการนำเอาเข้ามาที่ได้เกินไปมากกว่านั้นก็จะต้องเสียภาษีในการนำเข้ามากกว่าปกติถึง200เท่าและถ้าหากว่าคุณนั้นจะไปหาซื้อบุหรี่เอาทีหลังแล้วละก็จะบอกได้เลยว่ายากมากๆ เนื่องจากผู้ที่ได้ค้าบุหรี่ในตลาดมืดก็จะทำการขายให้กับลูกค้าที่ได้รู้จักเพียงเท่านั้นเพียงเป็นการป้องกันความเสี่ยงต่อทางกฏหมายนั่นเอง

ห้ามให้ดอกไม้เป็นเลขคู่ ประเทศรัสเซีย

โดยเฉพาะสำหรับหนุ่มๆที่จะเข้าไปจีบสาวๆประเทศรัสเซียและได้ซื้อดอกไม่นำเอาไปฝากพวกเธอแล้วละก็ควรที่จะนับดอกไม้ของคุณให้ดีๆล่ะเพราะแทนที่คุณนั้นจะได้มองเห็นรอยยิ้มหวานๆจากเธอแล้วก็อาจจะเป็นใบหน้าที่เคร่งเครียดด้วยความโกรธแทนก็ได้

นอกจากนี้แล้วพวกเธอนั้นก็จะคิดเอาวว่าคุณนั้นจะนำเอาความโชคร้ายนั้นมายื่นให้กับเธอและแทนที่จะเป็นความในใจที่สุดแสนหวานไปซะนี่ ดังนั้นในการที่จะมอบดอกไม้ทางด้านวัฒนธรรมทางด้านตะวันตกส่วนใหญ่นั้นได้มีการนิยอมได้ให้กันเป็นเลขคู่

ซึ่งมันจะเป็นการโชคดีและเป็นการที่ได้นำเอาความสุขนั้นมาให้แต่สำหรับด้านประเพณีของชนชาติประเทศรัสเซียแล้วและเลขคุ่นั้นจะถือได้ว่าเป็นเลขแห่งสัญลักษณ์ในความโชคร้ายและความเสียใจความตายนอกจากนี้ดอดไม้สีขาวเองนั้นต่าง

ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมเนื่องจากเพราะมันได้เป็นดอกไม้ของงานศพและได้เป็นที่ระลึกของผู้ที่ล้วงลับไปแล้วดังนั้นหากคุณนั้นไม่อยากถูกสาวๆหันหน้าหนีล่ะก็อย่าลืมหลีกเลี่ยงละสีของดอกไม้นั้นให้ดีๆอีกด้วยละ

อาถรรพ์เครือเขาหลง

สำหรับการเดินป่าที่มันเต็มไปด้วยความอาถรรพ์มักจะเจอกับเรื่องที่มันแปลกๆอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในทุกครุังเมื่อในมีบางสิ่งที่มันได้เข้าใกล้มาถึงที่ตัวเราก็จะรู้ตัวในทันที แต่มันก็ได้มีอาถรรพ์บางอย่างเหมือนกันที่ได้เกิดขึ้นกับตัวเราโดยที่เรานั้นไม่รู้ตัวกว่าจะรู้ตัวมันก็สายไปแล้ว

นอกจากนั้นยังเป็นเรื่องยากที่จะหลุมพ้นจากบวงอาพรรถ์อีกด้วยและสิ่งอาถรรพ์ที่เราอยากจะนำเอามาพูดในวันนี้ก็คือ 

เครือเขหลงซึ่งได้เป็นเรื่อราวที่ได้เล่าต่อกันมายาวนานในหมู่นักล่องไพรพรานผู้ที่ผ่านการเดินป่ามาอย่างช้านานส่วนใหญ่นั้นต่างก็เคยเจอกับอิฐฤทธิ์ของเครืออาถรรพ์ชนิดนี้มาด้วยกันทั้งนั้น สำหรับด้านเครือเขาหลงนั้นมันเป็นพันธุ์พืชไม้ชนิดหนึ่งที่จะไม่ค่อยพบเห็นเพราะมันจะอยู่ในป่าลึกและยังมีความเชื่อกันอีกว่ามันเป็นพันธุ์พืชที่ได้ถูก

ซึ่งไม้ชนิดนี้มมันจะมีความคลั่งไปกว่าพืชไม้อื่นๆและถ้ามีใครเพลิอไปเดินข้ามมันก็จะหลงเดินอยู่ท่ามกลางป่าจะไม่มีทางออกให้เห็น จนกว่าจะมีการขอขมาลาโทษหรือไม่ก็รอจนกว่าจะมีคนเขามาช่วยหรือแม้กระทั่งนกหากได้มีการบินข้ามต้นเครือเขาหลงมันก็จะบินหลงอยู่ในนั้นจนกว่ามันจะตาย ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมถึงสัตว์ป่าเป็นจำนวนมากที่จะต้องเสียชีวิตให้กับเครืออาถรรพ์นี้

แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ไม่ได้ทำให้คนที่มีคาถาอาคมเก่งกล้าหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยต่างก็ได้พากันเข้าไปตัดนำเอามาเป็นเครื่องราง สำหรับเครือเขาหลงนั้นมันได้เป็นพืชที่ล้มลุกที่มันจะมีอายุอยู่ได้นานนับสิบปี ทั้งนี้จากลักษณะที่จะมองสังเกตุมันได้อย่างง่ายๆเลย

ก็คือจะมีลักษณะใบเดียวที่เป็นรูปวงรีเรียงสลับกันไปมาลักษณะปลายใบนั้นจะมีใบแหลมขึ้นอยู่ห่างๆทั้งนี้จะมีดอกเป็นสีม่วงมีกรีบเอาไว้ลองดอกประมาณห้ากรีบ รวมตัวกันเป็นรูประฆังคว่ำส่วนผลทรงกลมขนาดประมาณ1เซนติเมตรมีสีแดงเข้มไปจนถึงดำ

ทั้งนี้สำหรับเครือเขาหลงแล้วจะมีทั้งตัวผู้และตัวเมียโดยตัวผู้นั้นจะมีสีดำส่วนตัวเมียนั้นจะมีสีน้ำตาลและนี่มันก็เป็นลักษณะของเครือเขาหลง หากว่าใครที่มีการพบเห็นอยู่ในป่าก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงจะเป็นการดีมากที่สุดทั้งนี้ยังได้มีสิ่งที่มันดูเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือ ส่วนที่เป็นเครือไม้นั้นจะม้วลตัวตามธรรมชาติเป็นรูปบ่วงจะเรียกกันในหมู่ผู้ที่มีไสยเวทย์ว่าบ่วงนาคบาศ

สื่อของผู้นำของเกาหลีเหนือ

ใครต่อใครต่างก็ได้รู้จักนายคิมจองอิลที่เมื่อก่อนนั้นได้เป็นผู้นำที่สูงที่สุดในประเทศเกาหลีเหนือที่หลายๆคนนั้นก็จะได้เห็นนายคิมจองอิลนั้นได้ออกในตามของสื่อต่างๆที่ได้มีนายคิมจองอิล ซึ้งในวันนี้เราจะพูดเรื่องจริงที่ได้เกี่ยวพันกับนายกคนปัจจุบันของนายคิมจองอึนที่ได้เป็นผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือในปัจจุบันนี้

นอกจากนี้ยังได้มีข่าวที่ออกมาอย่างโด่งดังเหมือนกันกับกรณีของนาย ยองยองซอ อดีตรัฐมนตรีของเกาหลีเหนือที่เขานั้นได้ถูกลงโทษด้วยการยิงถึงแก่ความตายด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเผลอ หลับในพิธีสวนสนามของเกาหลีเหนือและยังได้มีการกล่าวกันอีกว่าในการเผลอ หลับหรือปรบมือไปพร้อมกันกับคนในพิธี

ก็จะถือว่าเป็นความผิดที่ร้ายแรงอีกอย่างหนึ่งแต่ทว่าในพิธีการลำรึกในการจากไปของในอดีตของผู้นำอย่างนายคิมอูซอยที่เป็นปู่แท้ของนายคิมจองอึนก็ได้มีการจับภาพได้ว่าคิมจองอึนนั้นเหมือนจะหลับในพิธีและเขาก็ได้มีการฝืนความง่วงได้อย่างเห็นได้ชัด

บางจังหวะที่ตาของเขาก็เริ่มที่จะตี่ลงแทบจะปิดสนิดอีกทั้งในช่วงของการปรบมือตัวเขาเองก็ยังไม่ปรบพร้อมกับคนอื่นๆเลย ซึ่งในอาการแบบนี้เข้าข่ายมีความผิดและอาจจะต้องถูกรับโทษแต่สุดท้ายก็คาดว่าคิมจองอึนนั้นไม่น่าจะได้รับโทษแต่อย่างใด

พี่ชายต่างมารดา

ในช่วงต้นปีของ2017นั้นนายคิมจองนัมพี่ชายต่างมารดาของคิมจองอึนได้ถูกรอบสังหารที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลย์เซียโดยเขานั้นได้ถูกหญิงสาวคนหนึ่งได้ใช้ผ้าแอบยาพิษแป๊ะไปที่ใบหน้าของเขาจากนั้นตัวเขานั้นก็เริ่มมีอาการจนต้องขอความช่วยเหลือจากทางเจ้าหน้าที่และเสียชีวิตในระหว่างการเดินทาง

ซึ่งสื่อในตอนนั้นต่างก็ได้มีการคาดการว่านายคิมจองอึนนั้นน่าจะเป็นคนสั่งฆ่าพี่ชายที่ต่างมารดาคนนี้ ซึ่งต่อมาได้ภายหลังก็ได้มีการเปิดเผยจากสื่อใหญ่อย่างในวอชิงตันได้โพสว่าแท้จริงแล้ว คิมจองนัม นั้นเป็นสายขาวให้กับเจ้าหน้าที่CIAของสหรัฐอเมริกาเขาได้คอยให้ข้อมูลลับจากทางCIAมาโดยตลอด

แต่จะมีการนัดเจอกันที่สิงค์โปรหรือไม่ก็มาเลย์เซีย ซึ่งในการทำแบบนี้ถือว่าเป็นการทำที่มีความผิดอย่างร้ายแรงและยังเป็นการทรยศของเกาหลีเหนืออีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้แม้ทางCIAและเจ้าหน้าของเกาหลีเหนือได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริงแต่มันก็ยังเป็นที่ติดใหญ่ของคนส่วนใหญ่อยู่ดี